รายงานข่าวพลังงานจีน (China Weekly) ประจำสัปดาห์ 16-May-2026 ถึง 22-May-2026

ประเด็นข่าวที่ 1 : NDRC และ NEA ประกาศนโยบาย “การเชื่อมต่อไฟฟ้าสีเขียวโดยตรงสำหรับผู้ใช้หลายราย” (Multi-user Green Power PPA) ฉบับ 2.0 ปลดล็อกโมเดลธุรกิจใหม่สำหรับนิคมอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูล

รายละเอียด:

  • เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2026 คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติ (NDRC) และคณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (NEA) ได้ร่วมกันออกประกาศ “ว่าด้วยการส่งเสริมการพัฒนาการเชื่อมต่อไฟฟ้าสีเขียวโดยตรงสำหรับผู้ใช้หลายรายอย่างเป็นระเบียบ” (发改能源〔2026〕688号) ซึ่งเป็นการยกระดับนโยบายจากฉบับ 1.0 ที่อนุญาตเฉพาะการเชื่อมต่อแบบจุดต่อจุด (Single-user) ไปสู่รูปแบบคลัสเตอร์ (Multi-user) ที่สามารถใช้โครงสร้างพื้นฐาน (สายส่งและสถานีไฟฟ้า) ร่วมกันเพื่อส่งจ่ายไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานหมุนเวียนไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าหลายรายในพื้นที่ใกล้เคียง
  • นโยบายนี้ครอบคลุมการใช้งานในนิคมอุตสาหกรรม, นิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนเป็นศูนย์ (Zero-carbon Park), โครงข่ายไฟฟ้าขนาดเล็ก (Microgrid) รวมถึงกลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสีเขียว เช่น บริษัทในซัพพลายเชนส่งออก, ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และผู้ผลิตไฮโดรเจนสีเขียว โดยสนับสนุนให้มีการจัดตั้ง “ผู้รับผิดชอบหลักของโครงการ” (Project Owner) เพื่อบริหารจัดการการลงทุน การก่อสร้าง และการซื้อขายไฟฟ้าภายในกลุ่ม
  • โครงการจะต้องดำเนินการภายใต้หลักการ “กำหนดขนาดแหล่งผลิตตามปริมาณโหลด” (以荷定源) โดยสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าที่ผลิตเองต่อปีต้องไม่ต่ำกว่า 60% ของปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตได้ทั้งหมด และไม่ต่ำกว่า 30% ของปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด (ซึ่งจะเพิ่มเป็น 35% ก่อนปี 2030) และจะต้องเข้าร่วมตลาดไฟฟ้าในฐานะนิติบุคคลรูปแบบใหม่ (New Market Entity)

ผลกระทบ:

– นโยบายนี้ถือเป็นการปฏิรูปโครงสร้างการซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวครั้งสำคัญ เป็นการเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากโมเดล “ผู้ใช้รายใหญ่รายเดียว” (Single User) ไปสู่ “โมเดลแบบกลุ่มผู้ใช้ร่วมกัน” (Shared Cluster Model) ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการเข้าถึงไฟฟ้าสีเขียวสำหรับผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่ไม่สามารถลงทุนสร้างสายส่งของตนเองได้ อีกทั้งยังลดความเสี่ยงในการลงทุนของผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน เนื่องจากไม่ต้องพึ่งพิงผู้รับซื้อเพียงรายเดียว
– การเปลี่ยนแปลงนี้จะเร่งให้เกิดการบริโภคพลังงานหมุนเวียนในพื้นที่ (Local Consumption) มากขึ้น ลดภาระของโครงข่ายไฟฟ้าหลักในการส่งจ่ายพลังงานระยะไกล และแก้ไขปัญหาคอขวดในการเชื่อมต่อพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบ (Grid Congestion) ได้อย่างมีนัยสำคัญ ที่สำคัญที่สุดคือนโยบายนี้สนับสนุนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วย “การผสานพลังการคำนวณและพลังไฟฟ้า” (Computing-Power Synergy หรือ 算电协同) โดยตรง ด้วยการเปิดช่องทางให้ศูนย์ข้อมูลซึ่งเป็นผู้ใช้พลังงานรายใหญ่ สามารถเข้าถึงไฟฟ้าสีเขียวราคาถูกได้โดยตรง ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการแข่งขันของอุตสาหกรรม AI และดิจิทัลของจีนในอนาคต

ที่มา:

央视网 (CCTV News) และ 国家能源局 (National Energy Administration), 21 พฤษภาคม 2026

ประเด็นข่าวที่ 2 : บทวิเคราะห์ชี้ทิศทางแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15: ระบบไฟฟ้าจีนเปลี่ยนผ่านจาก “การติดตั้งให้ได้” สู่ “การพึ่งพาได้” เน้นความมั่นคงและยืดหยุ่นเป็นหัวใจสำคัญ

รายละเอียด:

  • บทวิเคราะห์จาก China Energy Observer ระบุว่าแผนพัฒนาระยะ 5 ปีฉบับที่ 15 (2026-2030) จะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญของนโยบายพลังงานจีน โดยจะเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากเดิมที่เน้น “การขยายกำลังการผลิตให้ได้มากที่สุด” (装得上 – Can be installed) ในแผนฯ ฉบับที่ 14 ไปสู่การสร้างระบบที่ “พึ่งพาและเชื่อถือได้” (靠得住 – Can be relied upon)
  • ทิศทางนโยบายจะเปลี่ยนจากการมุ่ง “เร่งรัดพัฒนา” (加快发展) พลังงานหมุนเวียน ไปสู่ “การทดแทนอย่างเป็นระบบและมีลำดับขั้น” (有序替代) โดยยอมรับบทบาทของถ่านหินในฐานะ “หินถ่วงเรือ” (压舱石) ที่ให้ความมั่นคงและความยืดหยุ่นแก่ระบบในช่วงเปลี่ยนผ่าน และมีการกำหนดกลไกชดเชยกำลังการผลิต (Capacity Payment) ที่ชัดเจน
  • รูปแบบการพัฒนาพลังงานหมุนเวียนจะเปลี่ยนจาก “การพัฒนาตามความเหมาะสมของพื้นที่” (因地制宜) ที่กระจายตัว ไปสู่การสร้าง “ฐานพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ระดับยุทธศาสตร์ชาติ” (国家战略腹地) ในภาคตะวันตก (โดยเฉพาะพื้นที่ 3-North) และส่งไฟฟ้าผ่านสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (UHV) ไปยังภาคตะวันออก
  • มุมมองต่อระบบไฟฟ้าจะเปลี่ยนจากการมองแยกส่วนแบบ “แหล่งผลิต-สายส่ง-โหลด-ระบบกักเก็บ” (源网荷储) ไปสู่การสร้าง “ระบบนิเวศพลังงานรูปแบบใหม่” (新型能源体系) ที่มีความมั่นคงและยืดหยุ่น (Security & Resilience) เป็นหัวใจหลัก โดยมีระบบกักเก็บพลังงานเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

ผลกระทบ:

– บทวิเคราะห์นี้สะท้อนวุฒิภาวะของนโยบายพลังงานจีน ที่ได้เรียนรู้จากวิกฤตไฟฟ้าในปี 2021-2022 และตระหนักว่าการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนไม่ใช่แค่การบวกเลขกำลังการผลิต แต่เป็นการปรับโครงสร้างระบบไฟฟ้าทั้งระบบ แผนฯ ฉบับที่ 15 จะให้ความสำคัญกับการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน โรงไฟฟ้าถ่านหินที่มีความยืดหยุ่นสูง (Flexible Coal) และกลไกตลาดไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าระบบไฟฟ้าจะสามารถรองรับพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนที่สูงขึ้นได้อย่างมีเสถียรภาพ
– การเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้ไม่ได้หมายถึงการชะลอการพัฒนาพลังงานหมุนเวียน แต่เป็นการยกระดับคุณภาพของการพัฒนา โดยให้ความสำคัญกับความมั่นคงของระบบเป็นอันดับแรก ซึ่งจะเป็นต้นแบบที่สำคัญสำหรับประเทศอื่นๆ ทั่วโลกที่กำลังเผชิญความท้าทายในการเปลี่ยนผ่านพลังงานเช่นกัน

ที่มา:

中国能源观察 (China Energy Observer), 21 พฤษภาคม 2026

ประเด็นข่าวที่ 3 : People’s Daily ชู “ราคาไฟฟ้าติดลบ” เป็นสัญญาณไฟสำคัญของตลาดไฟฟ้า สะท้อนความจำเป็นในการเร่งพัฒนาระบบกักเก็บพลังงานและฝั่งอุปสงค์

รายละเอียด:

  • หนังสือพิมพ์ People’s Daily สื่อหลักของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ได้ตีพิมพ์บทวิเคราะห์ที่ระบุว่าปรากฏการณ์ “ราคาไฟฟ้าติดลบ” (Negative Electricity Prices) ที่เกิดขึ้นในหลายมณฑล เช่น เหลียวหนิง ซานตง และซื่อชวน ไม่ใช่ความล้มเหลวของระบบ แต่เป็น “สัญญาณไฟ” ที่สำคัญของกลไกตลาดไฟฟ้า
  • ราคาติดลบเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (โดยเฉพาะแสงอาทิตย์และลม) มีปริมาณสูงมาก แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าในขณะนั้นอยู่ในระดับต่ำ ทำให้เกิดภาวะอุปทานล้นตลาดอย่างรุนแรง ราคาที่ติดลบจึงเป็นสัญญาณทางเศรษฐศาสตร์ที่ส่งไปยังผู้ใช้ไฟฟ้าและผู้ให้บริการด้านความยืดหยุ่น (Flexibility Providers) ให้เข้ามาดูดซับปริมาณไฟฟ้าส่วนเกินออกจากระบบ
  • บทวิเคราะห์ชี้ว่าปรากฏการณ์นี้เน้นย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการพัฒนาทรัพยากรที่ยืดหยุ่น (Flexible Resources) เช่น ระบบกักเก็บพลังงาน (BESS) ที่สามารถชาร์จไฟในช่วงที่ราคาถูกหรือติดลบ และโรงไฟฟ้าเสมือน (Virtual Power Plant – VPP) ที่สามารถรวบรวมโหลดจากฝั่งผู้ใช้ (Demand Response) เพื่อเพิ่มการใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลกระทบ:

– การที่สื่อระดับชาติอย่าง People’s Daily ให้ความเห็นเชิงบวกต่อราคาไฟฟ้าติดลบ ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนจากภาครัฐว่า จีนยอมรับและมองว่านี่คือส่วนหนึ่งของกลไกตลาดซื้อขายไฟฟ้าทันที (Spot Market) ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพในยุคของพลังงานหมุนเวียนสัดส่วนสูง
– มุมมองดังกล่าวจะช่วยเร่งการลงทุนในระบบกักเก็บพลังงานและเทคโนโลยีฝั่งอุปสงค์ เนื่องจากสร้างโมเดลธุรกิจที่ชัดเจนขึ้น (Arbitrage) คือการซื้อไฟฟ้าในราคาถูก/ติดลบ และขายในช่วงที่ราคาสูง นอกจากนี้ยังเป็นการกดดันให้โรงไฟฟ้าแบบดั้งเดิมที่ขาดความยืดหยุ่น (เช่น โรงไฟฟ้าถ่านหินรุ่นเก่า) ต้องปรับตัว หรือเผชิญกับความเสี่ยงทางการเงิน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนให้ระบบไฟฟ้าโดยรวมมีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงขึ้นตามเป้าหมายของระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต (New Power System)

ที่มา:

《人民日报》 (People’s Daily), 21 พฤษภาคม 2026

ประเด็นข่าวที่ 4 : State Grid และ Huawei เร่งผลักดันการประยุกต์ใช้ AI ในระบบไฟฟ้า มุ่งสู่ “การผสานพลังการคำนวณและพลังไฟฟ้า” (Computing-Power Synergy)

รายละเอียด:

  • State Grid Chongqing กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มสินทรัพย์ข้อมูล (Data Asset Platform) โดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแก้ไขปัญหาการดำเนินงานในระดับปฏิบัติการ เช่น การสร้างแบบจำลองมืออาชีพ 60 แบบเพื่อระบุการละเมิดกฎในพื้นที่ปฏิบัติงาน การวิเคราะห์ข้อบกพร่องของสายส่ง และการวิเคราะห์สถานีไฟฟ้าย่อย ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดภาระงานของพนักงานอย่างมีนัยสำคัญ
  • ในขณะเดียวกัน Huawei ได้นำเสนอแนวคิด “การผสานสามโครงข่าย” (Three-Network Synergy) สำหรับระบบสั่งการจ่ายไฟฟ้าแห่งอนาคต ซึ่งประกอบด้วย โครงข่ายไฟฟ้า (Power Grid), โครงข่ายสื่อสาร (Communication Network) และโครงข่ายพลังการคำนวณ (Computing Power Network) โดยใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำแบบจำลองออนไลน์ (Online Simulation) และการตัดสินใจเชิงเสริมประสิทธิภาพ (Reinforcement Learning) เพื่อแก้ปัญหาความไม่แน่นอนของพลังงานหมุนเวียน
  • Huawei ยังได้นำเสนอสถาปัตยกรรมระบบสั่งการจ่ายไฟฟ้ายุคใหม่ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ HarmonyOS สำหรับอุตสาหกรรมไฟฟ้า (Power Hongmeng) เพื่อสร้างความปลอดภัยภายในระบบ (Endogenous Security) และครอบคลุมการใช้งานทุกภาคส่วนตั้งแต่การผลิตจนถึงผู้ใช้ไฟฟ้า

ผลกระทบ:

– ข่าวนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางการพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะของจีนที่เป็นไปในสองทิศทางพร้อมกัน คือ 1) การพัฒนาจากล่างขึ้นบน (Bottom-up) โดยผู้ประกอบการโครงข่ายไฟฟ้า (State Grid) ที่มุ่งใช้ AI แก้ไขปัญหาการดำเนินงานจริงในปัจจุบัน และ 2) การพัฒนาจากบนลงล่าง (Top-down) โดยยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยี (Huawei) ที่นำเสนอวิสัยทัศน์และเทคโนโลยีหลักเพื่อสร้างสถาปัตยกรรมระบบในอนาคต
– การประสานกันของสองแนวทางนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการบริหารจัดการความซับซ้อนของระบบไฟฟ้าที่มีพลังงานหมุนเวียนในสัดส่วนสูง และเป็นรากฐานสำคัญของยุทธศาสตร์ชาติ “การผสานพลังการคำนวณและพลังไฟฟ้า” (算电协同) เพื่อรองรับความต้องการพลังงานมหาศาลของอุตสาหกรรม AI และดิจิทัลอย่างมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ

ที่มา:

中国能源新闻网 (CPNN), 20 พฤษภาคม 2026

ประเด็นข่าวที่ 5 : มณฑลซินเจียงประสบความสำเร็จในการใช้โดรนเชื่อมต่อระบบดาวเทียมเป่ยโต่ว (Beidou) ครอบคลุมการตรวจสอบโครงข่ายไฟฟ้าครบวงจร (สายส่ง-สถานี-จำหน่าย)

รายละเอียด:

  • State Grid Xinjiang Power ได้ประกาศความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีโดรนที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายบริการระบุตำแหน่งความแม่นยำสูงของระบบดาวเทียมเป่ยโต่ว (Beidou) มาใช้งานครอบคลุมทั้ง 3 ส่วนงานหลักของโครงข่ายไฟฟ้า ได้แก่ สายส่ง (Transmission), สถานีไฟฟ้า (Substation) และระบบจำหน่าย (Distribution)
  • การประยุกต์ใช้ดังกล่าวถือเป็นการปิดช่องว่างสุดท้ายของการสร้างระบบตรวจสอบอัจฉริยะในโครงข่ายไฟฟ้าของซินเจียง โดยอาศัยข้อได้เปรียบของ Beidou ที่ให้ความแม่นยำระดับเซนติเมตร ช่วยแก้ปัญหาการระบุตำแหน่งในพื้นที่ห่างไกลที่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ และเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบในสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน เช่น ในสถานีไฟฟ้าที่มีอุปกรณ์หนาแน่น หรือในสภาวะอากาศเลวร้าย
  • ปัจจุบัน ซินเจียงได้สร้างสถานีฐานบริการตำแหน่งความแม่นยำสูงของ Beidou แล้ว 591 แห่ง และสนับสนุนการปฏิบัติการตรวจสอบด้วยโดรนไปแล้วกว่า 189,000 ครั้ง ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบได้มากกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับการใช้คนเดินตรวจสอบแบบดั้งเดิม

ผลกระทบ:

– ความสำเร็จนี้ถือเป็นก้าวกระโดดที่สำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลในงานปฏิบัติการและบำรุงรักษา (O&M) ของระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในพื้นที่กว้างใหญ่และมีสภาพแวดล้อมที่ท้าทายอย่างซินเจียง เทคโนโลยีนี้ช่วยลดการใช้แรงงานคน ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย (เช่น การทำงานบนที่สูง) และเพิ่มความถี่และความแม่นยำของการตรวจสอบได้อย่างมหาศาล
– การนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จะช่วยให้สามารถบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Proactive Maintenance) และตรวจจับข้อบกพร่องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความน่าเชื่อถือของโครงข่ายไฟฟ้าในซินเจียง ซึ่งเป็นฐานพลังงานที่สำคัญและส่งออกไฟฟ้าไปยังภาคตะวันออกของจีน นอกจากนี้ยังเป็นต้นแบบในการใช้เทคโนโลยีในประเทศ (Beidou) เพื่อยกระดับความทันสมัยของโครงข่ายไฟฟ้าให้กับภูมิภาคอื่น ๆ

ที่มา:

中国新闻网 (China News Service), 21 พฤษภาคม 2026

ประเด็นข่าวที่ 6 : กระแส “การผสานพลังการคำนวณและพลังไฟฟ้า” (Computing-Power Synergy) หนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน-ดิจิทัล China Southern Grid เปิดตัวบริการครบวงจรขณะที่นิคมอุตสาหกรรมด้านพลังการคำนวณแห่งแรกของจีนเริ่มก่อสร้าง

รายละเอียด:

  • เมืองอู๋ซี (Wuxi) เริ่มก่อสร้าง “นิคมอุตสาหกรรมอุปกรณ์พลังการคำนวณ” แห่งแรกของจีน โดยมีมูลค่าการผลิตคาดการณ์สูงถึง 1.2 แสนล้านหยวนต่อปี เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม AI
  • China Southern Power Grid (CSG) ได้เปิดตัว “โซนบริการพิเศษเพื่อการผสานพลังการคำนวณและพลังไฟฟ้า” (算电协同服务专区) บนแพลตฟอร์มออนไลน์ “南网在线” เพื่อให้บริการแบบครบวงจรแก่ศูนย์ข้อมูลและผู้ให้บริการด้านพลังการคำนวณ ครอบคลุมการรับประกันไฟฟ้าพื้นฐาน, การซื้อขายในตลาดไฟฟ้า, การซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวและใบรับรอง (Green Certificate) และบริการพลังงานแบบบูรณาการ
  • บริษัท Envision Group กำลังร่วมมือกับเมืองอูหลานฉาปู้ (Ulanqab) ซึ่งเป็นหนึ่งในศูนย์กลางของโครงการ “ส่งข้อมูลจากตะวันออกไปคำนวณที่ตะวันตก” (East-Data-West-Computing) เพื่อสร้างระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต (New Power System) ที่สามารถรองรับความต้องการพลังงานของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ได้

ผลกระทบ:

– การลงทุนและพัฒนาบริการที่เกิดขึ้นพร้อมกันนี้ แสดงให้เห็นว่ายุทธศาสตร์ชาติ “算电协同” กำลังถูกผลักดันให้เกิดขึ้นจริงอย่างรวดเร็ว การเติบโตของอุตสาหกรรม AI ได้สร้างความต้องการไฟฟ้ากลุ่มใหม่ที่มีขนาดใหญ่และมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด (Data Centers) ทำให้บริษัทพลังงานและผู้ประกอบการโครงข่ายไฟฟ้าต้องปรับบทบาทจากผู้จัดหาพลังงานเชิงรับ (Passive Supplier) มาเป็นพันธมิตรเชิงรุก (Active Partner)
– การผสานพลังงานและพลังการคำนวณเป็นประโยชน์สองทาง: พลังงานสีเขียวที่ต้นทุนต่ำและมีเสถียรภาพจะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรม AI ในขณะเดียวกัน ศูนย์ข้อมูลสามารถทำหน้าที่เป็นโหลดที่มีความยืดหยุ่น (Flexible Load) เพื่อช่วยรักษาเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าได้ แนวโน้มนี้จะส่งผลให้การวางแผนและงบประมาณการลงทุนด้านโครงข่ายไฟฟ้าในอนาคตต้องให้ความสำคัญกับพื้นที่ที่มีศักยภาพทั้งด้านพลังงานสีเขียวและทรัพยากรด้านการคำนวณไปพร้อมกัน

ที่มา:

中国能源新闻网 (CPNN), 南方电网 (CSG), 20-21 พฤษภาคม 2026

ประเด็นข่าวที่ 7 : คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (NEA) ออก “แนวทางการกำกับดูแลคุณภาพ” สำหรับสถานีระบบกักเก็บพลังงานชนิดใหม่ กำหนดเกณฑ์มาตรฐานที่เข้มงวดสำหรับแบตเตอรี่และระบบอัดอากาศ

รายละเอียด:

  • คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ (NEA) ได้ออกประกาศ “แนวทางการกำกับดูแลคุณภาพงานก่อสร้างสถานีระบบกักเก็บพลังงานชนิดใหม่” (《新型储能电站建设工程质量监督大纲》) เพื่อสร้างมาตรฐานและกำกับดูแลคุณภาพของโครงการกักเก็บพลังงานที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
  • แนวทางดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับโครงการระบบกักเก็บพลังงานแบบเคมีไฟฟ้า (Electrochemical/Battery Storage) และแบบอัดอากาศ (Compressed Air Energy Storage) ที่เชื่อมต่อกับฝั่งโรงไฟฟ้า (Power-side) และฝั่งโครงข่าย (Grid-side) ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตตั้งแต่ 100 เมกะวัตต์ขึ้นไป
  • สำหรับระบบแบตเตอรี่ (BESS) จะมีการกำกับดูแลเป็นพิเศษในขั้นตอนก่อนการเริ่มเดินระบบของเซลล์แบตเตอรี่ (battery pre-fabrication cabin hoisting) เพื่อเน้นย้ำถึงความปลอดภัย ส่วนระบบอัดอากาศ (CAES) จะมีการกำกับดูแลเป็นพิเศษในขั้นตอนก่อนการใช้งานโพรงเก็บอากาศใต้ดิน (underground gas storage reservoir) และก่อนการทดสอบเดินระบบของเครื่องจักร เพื่อให้มั่นใจในความสมบูรณ์ของโครงสร้างทางธรณีวิทยา

ผลกระทบ:

– การออกกฎระเบียบนี้เป็นการตอบสนองโดยตรงของภาครัฐต่อการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรมกักเก็บพลังงานและความกังวลด้านความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น การสร้างกรอบการกำกับดูแลคุณภาพที่ชัดเจนและเป็นทางการ (划定“硬杠杠” – to set “hard levers”) จะช่วยยกระดับมาตรฐานการก่อสร้าง, ป้องกันอุบัติเหตุ และสร้างความเชื่อมั่นในความน่าเชื่อถือระยะยาวของสินทรัพย์ที่สำคัญต่อโครงข่ายไฟฟ้าเหล่านี้
– นโยบายนี้จะส่งผลให้เกณฑ์การเข้าสู่อุตสาหกรรมสูงขึ้นสำหรับผู้พัฒนาโครงการและผู้ผลิตอุปกรณ์ โดยจะเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทที่มีความสามารถทางเทคนิคและการควบคุมคุณภาพที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่งในการทำให้ระบบกักเก็บพลังงานกลายเป็นองค์ประกอบที่เชื่อถือได้ของระบบไฟฟ้าแห่งอนาคต (New Power System) ของจีน

ที่มา:

中国能源网 (China Energy News), 人民日报海外版 (People’s Daily Overseas Edition), 20 พฤษภาคม 2026

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • สมาพันธ์ผู้ประกอบการไฟฟ้าจีน (CEC) จัดตั้งสาขาเฉพาะด้านอิเล็กทรอนิกส์กำลัง (Power Electronics) เพื่อรับมือกับความท้าทายของระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์กำลังสูง
  • มณฑลเหลียวหนิงประกาศแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 มุ่งเน้นการพัฒนาอัจฉริยะ สีเขียว และบูรณาการ โดยจะส่งเสริมอุตสาหกรรมเกิดใหม่ เช่น พลังงานไฮโดรเจนและระบบกักเก็บพลังงานขั้นสูง
  • 4 หน่วยงานภาครัฐร่วมออกกฎระเบียบเฉพาะกาลเพื่อกำกับดูแลการเตรียมการรื้อถอนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ สร้างความมั่นใจในการบริหารจัดการตลอดอายุการใช้งานของโรงไฟฟ้า
  • โครงการสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (UHVDC) ชิงไห่-เหอหนาน (青豫) ทำสถิติส่งจ่ายไฟฟ้าสะอาดสะสมทะลุ 1 แสนล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง ตอกย้ำความสำเร็จในการส่งพลังงานหมุนเวียนจากภาคตะวันตกไปยังภาคกลางของจีน
  • โครงการเชื่อมต่อโครงข่ายไฟฟ้าซานตง-เจียงซูแบบ Back-to-Back ได้รับการอนุมัติ จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นและการแลกเปลี่ยนพลังงานระหว่างสองโครงข่ายไฟฟ้าหลักของภูมิภาคหัวเป่ยและหัวตง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *