รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 22 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : กฟน. แจ้งไฟฟ้าดับวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 ในพื้นที่กรุงเทพฯ-สมุทรปราการ

รายละเอียด:

  • การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ได้ออกประกาศแจ้งเตือนการหยุดจ่ายกระแสไฟฟ้าชั่วคราวในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาและเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า
  • พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักในกรุงเทพฯ ได้แก่ ถนนเลียบทางด่วนบางนา ซอยสุขุมวิท 62, ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอย 12 และหมู่บ้านเดอะบลิซ ไอคอนิค สาทร-จรัญ 35, ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 85 และ 128/4 ส่วนในสมุทรปราการ ได้แก่ ถนนเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา ซอยกลางบัว, หมู่บ้านฌริตา, หมู่บ้านนิรันดร์วิลล์ 16 และถนน ม.สมชายพัฒนา 3 ซ.วัดสวนส้ม บางโปรง

ผลกระทบ:

  • การดับไฟฟ้ากระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนและภาคธุรกิจในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งการทำงาน การค้าขาย และการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็น
  • แม้เป็นการบำรุงรักษาตามปกติ แต่การแจ้งดับไฟฟ้าสะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับความน่าเชื่อถือและความมั่นคงของระบบส่งจ่ายไฟฟ้าในเขตเมืองใหญ่ที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านพลังงานและพลังงานสะอาดในอนาคต

ที่มา: Thairath.co.th, 21 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : สภาพัฒน์ฯ ชี้สงครามตะวันออกกลางสะเทือนเศรษฐกิจไทยลึกกว่าที่คิด กดดันพลังงานแพง-ซ้ำเติมค่าครองชีพ

รายละเอียด:

  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ฯ วิเคราะห์ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยหลายด้านอย่างรุนแรง ตั้งแต่ด้านอุปทานและราคาพลังงาน ห่วงโซ่การผลิต การค้าระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว และตลาดเงินตลาดทุน
  • ไทยมีความเสี่ยงสูงเนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากภูมิภาคนี้ถึง 46.8% ในปี 2568 ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในประเทศพุ่งสูงขึ้น แม้รัฐบาลจะพยายามตรึงราคาผ่านกองทุนน้ำมันฯ แต่ก็เป็นไปได้ยากเมื่อฐานะกองทุนติดลบหนัก 63,279 ล้านบาท ณ วันที่ 10 พ.ค. 2569

ผลกระทบ:

  • ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นโดยเฉพาะดีเซลและเบนซิน ส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของครัวเรือนไทยที่มีค่าใช้จ่ายด้านพลังงานสูงถึง 14% ของดัชนีราคาผู้บริโภค และเพิ่มต้นทุนภาคธุรกิจทั้งการประมง เหมืองแร่ อุตสาหกรรมเคมี การไฟฟ้า การประปา โลหะ และขนส่ง ซึ่งอาจนำไปสู่เงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้น
  • การหยุดชะงักของช่องแคบฮอร์มุซกระทบห่วงโซ่การผลิต โดยไทยนำเข้าวัตถุดิบปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติจากตะวันออกกลางในสัดส่วนสูง เช่น แนฟทา 90.2% การขาดแคลนและราคาที่สูงขึ้นจะกระทบอุตสาหกรรมต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมถึงภาคบริการสนับสนุนการส่งออก

ที่มา: Policy Watch, Thai PBS, 21 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : ศ.ดร.พลายพล คุ้มทรัพย์ ชี้ทางออกวิกฤตพลังงานปี 2569 ด้วยการเร่งเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและโครงข่ายอัจฉริยะ

รายละเอียด:

  • ศ.ดร.พลายพล คุ้มทรัพย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานและอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ระบุว่าวิกฤตพลังงานปี 2569 เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลที่ “สกปรก แพง และหาซื้อยาก” ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยยังพึ่งพาสูงถึง 70-80% ของการใช้พลังงานทั้งหมด
  • ข้อเสนอแนะหลักคือการเพิ่มการใช้พลังงานไฟฟ้า และผลิตไฟฟ้าจากเชื้อเพลิงสะอาดและพลังงานหมุนเวียนในประเทศ เช่น แสงอาทิตย์ ลม ชีวมวล ชีวภาพ รวมถึงพิจารณาไฮโดรเจนสีเขียวและโรงไฟฟ้าปรมาณูขนาดเล็ก (SMR) ในอนาคต

ผลกระทบ:

  • การเร่งจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ฉบับใหม่ที่เน้นพลังงานสะอาดให้มีสัดส่วนเกินครึ่งหนึ่งในอีก 20 ปีข้างหน้า จะช่วยลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางพลังงาน ลดการนำเข้า ลดความผันผวนของค่าไฟ และขับเคลื่อนประเทศสู่เป้าหมาย Net Zero
  • การปรับปรุงโครงข่ายไฟฟ้าให้เป็น Smart Grid มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน ระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) การผลิตไฟฟ้าแบบกระจายศูนย์ (Prosumers, Micro Grid) และการติดตั้ง Smart Meters ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและลดค่าไฟในระยะยาว

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 21 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : ปตท. เร่งปรับกลยุทธ์รับวิกฤตตะวันออกกลาง พลิกสู่ Global LNG Player และเสนอไฮโดรเจน-แอมโมเนียในแผน PDP

รายละเอียด:

  • นายอาภากร ชอุ่มทอง ผู้จัดการฝ่ายผู้ลงทุนสัมพันธ์ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เผยว่า ปตท. ได้ปรับแผนธุรกิจเพื่อรับมือสถานการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการขนส่งก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ของโลกหายไปถึง 20%
  • ปตท. มุ่งเน้นขับเคลื่อนธุรกิจ LNG Value Chain, ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม (E&P) และธุรกิจเทรดดิ้ง โดยปรับแผนจัดหา LNG จากแหล่งอื่น เช่น สหรัฐฯ ตั้งเป้าเพิ่มปริมาณซื้อ-ขาย LNG เป็น 3.7 ล้านตันในปี 2569 (ไตรมาส 1 ทำได้แล้ว 1.28 ล้านตัน) และระยะยาวเป็น 10 ล้านตันภายในปี 2573

ผลกระทบ:

  • การปรับกลยุทธ์ของ ปตท. ในการจัดหาและเทรดดิ้ง LNG รวมถึงการสำรวจแหล่งปิโตรเลียมใหม่ๆ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของไทย ลดการพึ่งพาแหล่งพลังงานที่ผันผวน และลดความเสี่ยงต่อค่าไฟฟ้าที่ผูกกับราคาก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก
  • การเสนอใช้ไฮโดรเจนและแอมโมเนียเป็นส่วนผสมเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าต่อคณะอนุกรรมการ PDP สะท้อนทิศทางการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศสู่พลังงานสะอาดในระยะยาว หากบรรจุในแผน PDP ใหม่ จะส่งผลดีต่อการลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างความหลากหลายของเชื้อเพลิง

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 21 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันไทยเตือนไตรมาส 2/2569 เสี่ยงขาดทุนสต็อกน้ำมันหลังค่าการกลั่นลดลง หวังรัฐเร่งปลดล็อกส่งออก Jet A1

รายละเอียด:

  • ผลประกอบการของโรงกลั่นน้ำมันไทย 6 แห่งในไตรมาส 1/2569 มีกำไรเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น เช่น SPRC โต 933%, IRPC โต 754%, TOP โต 456% เป็นผลจากสงครามตะวันออกกลางที่ดันราคาน้ำมันสำเร็จรูปสูงขึ้นมาก ทำให้มีกำไรจากสต็อกน้ำมันจำนวนมาก
  • อย่างไรก็ตาม กลุ่มโรงกลั่นวิตกว่าในไตรมาส 2-3 นี้ จะเผชิญภาวะขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) เนื่องจากราคาน้ำมันดิบที่จัดหามาในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนยังคงสูงเกิน 120 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล บวกค่า War Premium และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น สวนทางกับราคาน้ำมันสำเร็จรูปในตลาดโลกที่เริ่มอ่อนตัวลง

ผลกระทบ:

  • การขาดทุนสต็อกน้ำมันของโรงกลั่นในไตรมาส 2-3 จะส่งผลกระทบต่อผลกำไรของบริษัทพลังงานและอาจนำไปสู่การพิจารณาลดกำลังการผลิตหากไม่สามารถส่งออกน้ำมันส่วนเกินได้ ซึ่งกระทบต่อเสถียรภาพการจัดหาน้ำมันในประเทศและการลงทุนในภาคพลังงาน
  • การที่รัฐบาลยังคงห้ามการส่งออกน้ำมันอากาศยาน (Jet A1) เพื่อรักษาระดับน้ำมันให้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศ ขณะที่คลังเก็บน้ำมันดีเซลและ Jet A1 เริ่มไม่เพียงพอ ทำให้โรงกลั่นมีภาระต้นทุนทางการเงินและดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นอย่างมาก และบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดภูมิภาค

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 21 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : TTB Analytics หั่นคาดการณ์ GDP ไทยปี 2569 เหลือ 1.7% ชี้สงครามตะวันออกกลางดันเงินเฟ้อ-เสี่ยงขาดดุลบัญชีเดินสะพัด

รายละเอียด:

  • ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี (ttb analytics) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือเติบโตเพียง 1.7% จากเดิม 2.4% สาเหตุหลักจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่รุนแรงและยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลกและห่วงโซ่อุปทาน
  • ความกังวลสำคัญคือ ราคาน้ำมันดิบดูไบที่คาดว่าจะค้างสูงเฉลี่ย 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตลอดปี (กรณี Base Case) หรืออาจสูงถึง 120 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล (กรณี Worse Case) หากสงครามยืดเยื้อ 6-12 เดือน

ผลกระทบ:

  • ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะดันอัตราเงินเฟ้อไทยปี 2569 ให้สูงขึ้นเป็น 3.7% (Base Case) หรือ 6.6% (Worse Case) ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อภาวะ Stagflation ที่เศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อสูง ซึ่งกระทบกำลังซื้อประชาชนและต้นทุนภาคธุรกิจ
  • ประเทศไทยในฐานะผู้นำเข้าพลังงานสุทธิสูงถึง 5.3% ของ GDP จะเผชิญความเสี่ยงต่อการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดอีกครั้งในรอบ 3 ปี หากราคาน้ำมันสูงขึ้นต่อเนื่อง และรายได้จากการท่องเที่ยวลดลง ซึ่งอาจกดดันค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลงในระยะยาว

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 21 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : สคบ.เรียกหารือ Volvo EX30 กรณีแบตเตอรี่ชาร์จไฟไม่เต็ม กระทบความเชื่อมั่นรถยนต์ไฟฟ้า

รายละเอียด:

  • สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้เรียกประชุมเพื่อหารือมาตรการแก้ไขปัญหารถยนต์ Volvo EX30 จำนวน 1,668 คัน ที่ประสบปัญหาระบบแบตเตอรี่ชาร์จไฟได้ไม่เกิน 70%
  • บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับทราบปัญหาหลังเกิดเหตุการณ์รถไฟไหม้ในเดือนกุมภาพันธ์ จึงยุติการจัดจำหน่ายรถรุ่นนี้และมีมาตรการเยียวยาโดยจะทยอยเปลี่ยนแบตเตอรี่ให้กับลูกค้าให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ รวมถึงบริการให้ยืมรถใช้ระหว่างรอและค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถ

ผลกระทบ:

  • ปัญหาแบตเตอรี่ของรถยนต์ไฟฟ้า Volvo EX30 และเหตุการณ์ไฟไหม้รถยนต์ไฮบริด (ข่าว 1) สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยและคุณภาพของยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้รถ EV ในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน
  • มาตรการเยียวยาของบริษัทเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อกอบกู้ความเชื่อมั่น แต่เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและหน่วยงานกำกับดูแลของไทย ในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพให้เข้มงวด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านสู่การขนส่งด้วยไฟฟ้าเป็นไปอย่างราบรื่นและยั่งยืน

ที่มา: Thai PBS, 21 พฤษภาคม 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • ไฟไหม้รถยนต์ไฮบริดบนมอเตอร์เวย์ M81 เจ้าหน้าที่เร่งหาสาเหตุ สร้างความกังวลด้านความปลอดภัยของยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า.
  • ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน เช่น BYD พุ่งสูงในตลาดออสเตรเลีย สวนทางกับ Toyota ที่ยอดขายลดลง สะท้อนการเปลี่ยนแปลงรสนิยมผู้บริโภคที่มองหารถประหยัดพลังงาน.
  • นายจักรกฤษณ์ อุไรรัตน์ นายกสมาคมโทรคมนาคมแห่งประเทศไทยฯ ชูวาระยกระดับโทรคมนาคมเป็น ‘Digital Infrastructure Industry’ เน้นดาต้าเซ็นเตอร์-คลาวด์-ไซเบอร์ซีเคียวริตี้ รองรับเศรษฐกิจ AI ซึ่งเป็นภาคส่วนที่ใช้พลังงานสูง.
  • สศช. เผยเศรษฐกิจไทยไตรมาส 1/2569 เติบโตดีที่ 2.8% รายได้เฉลี่ยต่อหัวคนไทยเพิ่มขึ้น แต่โรงงานขนาดเล็กปิดตัวมากกว่าเปิดใหม่ในรอบ 3 ปี สะท้อนเศรษฐกิจแบบ K-Shaped ที่ทุนใหญ่โตแต่ฐานรากเปราะบางจากหนี้ท่วมและต้นทุนพลังงานพุ่ง.
  • นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน แนะนายกรัฐมนตรีใช้โอกาสเยือนฝรั่งเศสผลักดันประเด็น ASEAN Power Grid และการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน รวมถึงพิจารณาพลังงานนิวเคลียร์.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *