รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 19 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : กฟผ. ยืนยันเขื่อนใหญ่ 6 แห่งปลอดภัย หลังแผ่นดินไหวเมียนมาขนาด 5.3

รายละเอียด:

  • เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 2569 เกิดเหตุแผ่นดินไหวต่อเนื่องในประเทศเมียนมาขนาด 5.3 ในช่วงเช้า
  • การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) โดยนายวชิระ ชนะบวร รองผู้ว่าการ กฟผ. ได้ทำการตรวจสอบความปลอดภัยของเขื่อนขนาดใหญ่ 6 แห่งทันที โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลและเขื่อนศรีนครินทร์ที่อยู่ใกล้รอยเลื่อน

ผลกระทบ:

  • เขื่อนผลิตไฟฟ้าหลักของประเทศยังคงมีความมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานสากล ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ จากเหตุการณ์แผ่นดินไหว ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นต่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้ากำลังและการจ่ายกระแสไฟฟ้าที่ต่อเนื่อง
  • มาตรฐานวิศวกรรมของเขื่อนที่ออกแบบให้รองรับแรงสั่นสะเทือนสูงถึง 0.1 – 0.2 g และการติดตั้งเครื่องมือตรวจสอบความแข็งแรงอย่างสม่ำเสมอ เป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาเสถียรภาพการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ และลดความกังวลของประชาชนที่อาศัยอยู่ท้ายเขื่อน

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ (18 พฤษภาคม 2569)

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : PSGC เปลี่ยนผ่านสู่ผู้พัฒนาพลังงานภูมิภาค เน้นโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับใน CLMV

รายละเอียด:

  • บริษัท พีเอสจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PSGC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/2569 เติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยรายได้รวม 2,600 ล้านบาท พร้อมประกาศกลยุทธ์เปลี่ยนผ่านสู่ “ผู้พัฒนาโครงการพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติระดับภูมิภาค”
  • นายเดวิด แวน ดาว ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PSGC เปิดเผยถึง 2 กลยุทธ์หลัก ได้แก่ การขับเคลื่อนซัพพลายเชนด้านทรัพยากรพลังงานผ่านบริษัท Nam Tien Limited Liability Company (NT) ในเวียดนาม และการพัฒนาธุรกิจพลังงานหมุนเวียนผ่านโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (Pumped Storage Hydropower – PSH) ร่วมกับรัฐวิสาหกิจไฟฟ้าลาว (EDL) ใน สปป.ลาว

ผลกระทบ:

  • การลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ (PSH) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีกักเก็บพลังงานขนาดใหญ่ จะเป็นกลไกสำคัญในการรองรับเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงขึ้น และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งช่วยส่งเสริมเป้าหมาย Net Zero
  • การขยายธุรกิจสู่ห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานในกลุ่มประเทศ CLMV สร้างแหล่งรายได้ประจำที่มีความเสถียรและสอดคล้องกับความต้องการพลังงานของภูมิภาค ซึ่งช่วยเสริมความมั่นคงทางพลังงานในภาพรวมและลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ (18 พฤษภาคม 2569)

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : “พิชัย นริพทะพันธุ์” ชี้ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ต้องจับต้องได้ ปรับโครงสร้างพลังงานลดค่าไฟจริง

รายละเอียด:

  • นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และพลังงาน ได้เตือนรัฐบาลว่า การออกพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ต้องนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ และประชาชนต้องสามารถรับรู้และจับต้องได้
  • นายพิชัยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับโครงสร้างพลังงาน โดยรัฐบาลต้องไม่เกรงใจเหล่านายทุน และค่าไฟฟ้าต้องถูกลงจริง ไม่ใช่ลดแค่ 200 หน่วยแรก แล้วไปเพิ่มภาระผู้ใช้ไฟกลุ่มมาก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าถึง 80-85% ของประเทศ

ผลกระทบ:

  • การกู้เงินจำนวนมหาศาล หากไม่นำไปใช้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างพลังงานอย่างแท้จริง โดยเฉพาะการลดค่าไฟฟ้า จะเป็นภาระหนี้สาธารณะโดยไม่ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและภาคธุรกิจ ทำให้ค่าครองชีพยังคงสูง และบั่นทอนขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
  • การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรมและลดลงจริงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจไทย โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาพลังงาน และเป็นการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนอย่างยั่งยืน ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม

ที่มา: Thairath.co.th (18 พฤษภาคม 2569)

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : สภาพัฒน์คงคาด GDP ปี 2569 ที่ 2% แม้มี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน เพื่อพลังงานและลดค่าครองชีพ

รายละเอียด:

  • สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) โดยนายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ยังคงประมาณการ GDP ไทยปี 2569 ไว้ที่ 1.5-2.5% (ค่ากลาง 2.0%) เท่าเดิม แม้จะมี พ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาทเพื่อรับมือวิกฤตพลังงานและกระตุ้นเศรษฐกิจ
  • เงินกู้ดังกล่าวมีวัตถุประสงค์หลัก 2 ส่วนคือ ลดค่าครองชีพจากราคาพลังงาน โดยผ่านโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” และลงทุนเพื่อเปลี่ยนผ่านระบบพลังงานของไทยสู่พลังงานทดแทน เช่น การติดโซลาร์เซลล์ตามบ้าน และรถยนต์ไฟฟ้า (EV)

ผลกระทบ:

  • การที่ GDP ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแม้มีการกู้เงินจำนวนมาก ทำให้เกิดคำถามถึงความคุ้มค่าของการสร้างหนี้สาธารณะ และประสิทธิภาพของการใช้เงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะสั้น ซึ่งอาจส่งผลให้หนี้สาธารณะต่อ GDP ทะลุเพดาน 70% ในปี 2570
  • การลงทุนในพลังงานทดแทนและรถยนต์ไฟฟ้าจากเงินกู้ หากดำเนินการได้ตามเป้าหมาย โปร่งใส และสามารถดึงภาคเอกชนร่วมลงทุนได้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล ลดความผันผวนของราคาพลังงาน และสนับสนุนเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในระยะยาว

ที่มา: Thairath.co.th (18 พฤษภาคม 2569)

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย แจงเหตุไฟไหม้รถไฟฟ้า Volvo EX30 พร้อมเร่งเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่

รายละเอียด:

  • บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้ออกหนังสือชี้แจงกรณีรถยนต์ไฟฟ้า Volvo EX30 เกิดเพลิงไหม้ 2 กรณี โดยบริษัทฯ ได้ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่ารถที่เกิดเหตุอยู่ในกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากแบตเตอรี่เกิดความร้อนสูง และมีการชาร์จแบตเตอรี่เกิน 70% ซึ่งเกินกว่าระดับที่บริษัทฯ ได้แนะนำไว้
  • บริษัทฯ ได้แนะนำลูกค้ากลุ่มเสี่ยงให้จำกัดการชาร์จแบตเตอรี่ไม่เกิน 70% จนกว่าจะได้รับการเปลี่ยนโมดูลแบตเตอรี่ชุดใหม่ โดยจะเริ่มนัดหมายลูกค้าเพื่อเข้ารับบริการตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. 2569 เป็นต้นไป

ผลกระทบ:

  • เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้าและมาตรฐานความปลอดภัยของแบตเตอรี่ ซึ่งอาจชะลอการตัดสินใจซื้อและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยและภูมิภาค
  • การบริหารจัดการปัญหาอย่างโปร่งใสและรวดเร็วของผู้ผลิตเป็นสิ่งสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น และเป็นบทเรียนให้กับการพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้าและสถานีชาร์จ รวมถึงการออกข้อกำหนดที่ชัดเจนสำหรับระบบนิเวศพลังงานสะอาดของประเทศในอนาคต

ที่มา: Thairath.co.th (18 พฤษภาคม 2569)

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : ปลัดพลังงานหนุนใช้ B20-E20 ลดภาระค่าครองชีพและพยุงเกษตรกร แม้กองทุนน้ำมันแบกภาระ 6 หมื่นล้าน

รายละเอียด:

  • ดร.ประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ชูน้ำมัน B20 และ E20 เป็นพลังงานทางเลือกหลักเพื่อแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง โดยภาครัฐใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอุดหนุนราคา ทำให้มีส่วนต่างกับน้ำมันพื้นฐานถึง 7 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้งานมากขึ้น
  • นโยบายนี้มีเป้าหมายเพื่อลดภาระค่าครองชีพประชาชนและสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกพืชพลังงาน อย่างไรก็ตาม ปลัดกระทรวงพลังงาน เผยว่ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงกำลังแบกรับภาระสะสมสูงถึงประมาณ 60,000 – 63,000 ล้านบาท และมีเงินไหลออกเฉลี่ยวันละ 100 ล้านบาท

ผลกระทบ:

  • การอุดหนุนราคาเชื้อเพลิงผ่านกองทุนน้ำมันฯ แม้จะช่วยบรรเทาค่าครองชีพประชาชนและภาคเกษตรในระยะสั้น แต่เป็นการสร้างภาระหนี้สินให้กองทุนน้ำมันฯ และบิดเบือนกลไกตลาด อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาวหากราคาน้ำมันโลกยังคงผันผวน
  • นโยบายนี้ส่งผลดีโดยตรงต่อเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มและอ้อย ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานในระยะยาว แต่ความท้าทายคือการบริหารจัดการหนี้กองทุนน้ำมันฯ และสร้างสมดุลระหว่างการพยุงค่าครองชีพกับการรักษาวินัยการคลังพลังงานของประเทศ

ที่มา: thansettakij (18 พฤษภาคม 2569)

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : บีโอไออนุมัติลงทุน PCB เฟสสองกว่า 2.2 หมื่นล้าน หนุนไทยสู่ศูนย์กลางอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและรองรับ AI-Data Center

รายละเอียด:

  • นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้อนุมัติคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนเฟสสองของผู้ผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ชั้นนำระดับโลก 3 ราย ได้แก่ บริษัท คอมเปค เทคโนโลยี, บริษัท มัลติ-ฟายน์ไลน์ อิเล็กทรอนิกส์ และ บริษัท โกลด์ เซอร์คิท อีเลคโทรนิคส์ มูลค่ารวมกว่า 22,000 ล้านบาท
  • การลงทุนนี้จะรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีแห่งอนาคต เช่น AI Server ที่ใช้ใน Data Center และระบบสื่อสารความเร็วสูง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับไทยสู่ฐานการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงและห่วงโซ่เซมิคอนดักเตอร์ของภูมิภาค

ผลกระทบ:

  • การขยายการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง โดยเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Data Center และ AI Server จะนำมาซึ่งความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้ระบบไฟฟ้ากำลังของไทยต้องเตรียมความพร้อมด้านกำลังผลิต การส่งไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโหลดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • การดึงดูดการลงทุนกลุ่มนี้เป็นโอกาสในการสร้างงาน สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ แต่ก็เป็นความท้าทายในการบริหารจัดการความมั่นคงทางพลังงานและต้นทุนค่าไฟฟ้า ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมที่ต้องพึ่งพาพลังงานสูงในระยะยาว

ที่มา: bangkokbiznews (18 พฤษภาคม 2569)

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • เอสเอ็มอีไทยเผชิญภาวะวิกฤต ไตรมาสแรกปี 2569 มียอดปิดกิจการมากกว่าเปิดกิจการครั้งแรกในรอบ 2 ปีครึ่ง สะท้อนขีดความสามารถในการแข่งขันที่ลดลงและต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
  • สภาพัฒน์ยังคงคาดการณ์ GDP ปี 2569 ที่ 2% แม้มี พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน แต่เตือนจับตาหนี้ครัวเรือนสูง ภัยแล้ง และความผันผวนของเศรษฐกิจและการค้าโลกที่อาจกระทบต่อภาคเกษตรและผู้ประกอบการ
  • กระทรวงคมนาคมโดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ตั้งกรรมการสอบเหตุรถไฟชนรถเมล์ ให้เยียวยาผู้เสียชีวิตสูงสุด 2 ล้านบาท พร้อมสั่งศึกษาแนวทางลดหรือยกเลิกการเดินรถไฟเข้าหัวลำโพงในเวลากลางวันเพื่อลดจุดเสี่ยงอุบัติเหตุซ้ำซ้อน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *