รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569
ประเด็นข่าวที่ 1 : GPSC กางแผนรับ PDP 2026 เล็งชิงเค้กพลังงานสะอาด 25% ปูทางสู่ SMR รองรับดีมานด์ Data Center
รายละเอียด:
- บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC ประกาศเตรียมความพร้อมรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศฉบับใหม่ (PDP 2026) โดยตั้งเป้าเข้าร่วมประมูลโครงการพลังงานสะอาดไม่น้อยกว่า 25% จากความต้องการไฟฟ้าสะอาดกว่า 50,000 เมกะวัตต์ ทั้งในรูปแบบ Solar, Wind, BESS และเตรียมปูทางสู่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ยุคที่ 4 ขนาด 200-300 เมกะวัตต์
- นางสาวสุกิตตี ไชยรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายอาวุโสการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ GPSC เปิดเผยว่า บริษัทเดินหน้ารุกธุรกิจพลังงานสะอาดและระบบทำความเย็นผ่านบริษัทย่อย เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าของกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยเฉพาะในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ซึ่งบริษัทมีเป้าหมายรองรับดีมานด์ไฟฟ้า Data Center รวมมากกว่า 300 เมกะวัตต์
ผลกระทบ:
- ช่วยเร่งสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนในระบบไฟฟ้าไทยให้แตะ 65-89% ในช่วงปลายแผน PDP เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 แต่ความต้องการไฟฟ้าที่พุ่งสูงแตะเกือบ 80,000 เมกะวัตต์ จะกดดันให้ภาครัฐและ กกพ. ต้องบริหารต้นทุนค่าไฟฟ้าฐานและค่าบริการโครงข่ายอย่างรัดกุม เพื่อไม่ให้กระทบค่าครองชีพภาคประชาชน
- การริเริ่มศึกษาเทคโนโลยี SMR และระบบกักเก็บพลังงาน BESS ขนาดใหญ่ ช่วยเพิ่มเสถียรภาพระบบไฟฟ้ากำลัง (Grid Stability) ในช่วงเปลี่ยนผ่านพลังงาน ทว่ายังมีความท้าทายด้านกรอบกฎหมาย ความคุ้มค่าเชิงเศรษฐศาสตร์ และการยอมรับของภาคประชาชนที่รัฐบาลต้องเร่งวางแผนรับมือ
ที่มา: สำนักข่าวฐานเศรษฐกิจ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 2 : นายกฯ อนุทิน ตั้งบอร์ดคุม Data Center รับมือวิกฤตแย่งใช้ไฟฟ้า-น้ำ เร่งจัดทำกฎหมายเฉพาะ
รายละเอียด:
- นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาศูนย์ข้อมูล (บอร์ด Data Center) เพื่อเร่งจัดทำกฎหมายเฉพาะและออกแบบกฎระเบียบในการกำกับดูแลกิจการศูนย์ข้อมูล หลังพบข้อเท็จจริงว่าอุตสาหกรรมดังกล่าวใช้ไฟฟ้า น้ำหล่อเย็น และทรัพยากรธรรมชาติปริมาณมหาศาล ขณะที่มีอัตราการจ้างงานในประเทศไม่สูงมากนัก
- มีคำสั่งกำชับให้หน่วยงานด้านการไฟฟ้า กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานด้านบริหารจัดการน้ำ บูรณาการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อตรวจสอบผลกระทบเชิงสิ่งแวดล้อม การปล่อยความร้อน และตรวจสอบกรณีข้อสงสัยการลักลอบกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิงสำรองสำหรับเครื่องกำเนิดไฟฟ้าใต้ตัวอาคารในพื้นที่ กทม.
ผลกระทบ:
- การเติบโตอย่างรวดเร็วของ Data Center ส่งผลให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) ของประเทศพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หากไม่มีการกำหนดโซนนิ่งและโครงสร้างอัตราค่าไฟฟ้าที่สะท้อนต้นทุนระบบจริง อาจส่งผลต่อเสถียรภาพของโครงข่ายไฟฟ้าและความมั่นคงทางพลังงานในเขตเมืองหลวง
- การจัดทำกฎหมายเฉพาะถือเป็นดาบสองคม ด้านหนึ่งช่วยปกป้องทรัพยากรพลังงานและระบบนิเวศของประเทศ แต่อีกด้านหนึ่งอาจสร้างความเสี่ยงต่อบรรยากาศการลงทุนจากต่างชาติ หากมาตรการกำกับดูแลขาดความยืดหยุ่นหรือไม่สมดุลระหว่างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับผลกระทบสิ่งแวดล้อม
ที่มา: สำนักข่าวไทยรัฐ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 3 : พรรคประชาชนจี้รัฐบาลสกัดช่องโหว่กฎหมาย เสนอเกณฑ์คุม Data Center ตามขนาดใช้ไฟฟ้าและห้ามเว้น EIA
รายละเอียด:
- นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วย สส. พรรคประชาชน แถลงข้อกังวลด้านผลกระทบจากการขยายตัวของ Data Center กว่า 65 แห่ง เม็ดเงินลงทุนกว่า 1 ล้านล้านบาท ซึ่งอาศัยช่องว่างทางกฎหมายทำให้ไม่ถูกจัดเป็นโรงงานและไม่ต้องทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) นำไปสู่การแย่งชิงไฟฟ้า น้ำ และสร้างมลพิษในพื้นที่ EEC และ กทม.
- นายอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ สส.บัญชีรายชื่อ เสนอแนวทางกำกับดูแล Data Center โดยแบ่งตามเกณฑ์การใช้พลังงานไฟฟ้า 3 ระดับ ได้แก่ ไซส์ S (ต่ำกว่า 500 kW), ไซส์ M (500 kW ถึง 10 MW) และไซส์ L (มากกว่า 10 MW ขึ้นไป) พร้อมเสนอให้โครงการไซส์ M และ L ต้องผ่านการจัดทำรายงาน EIA อย่างเข้มงวดเพื่อกำหนดโซนนิ่งผังเมืองให้สอดคล้องกับโครงข่ายไฟฟ้า
ผลกระทบ:
- การนำขนาดการใช้พลังงานไฟฟ้ามาเป็นตัวชี้วัดกำกับดูแล จะช่วยให้การวางแผนพัฒนาระบบสายส่งและสถานีไฟฟ้าย่อยของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตฯ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค มีความแม่นยำ ป้องกันปัญหาความจุของหม้อแปลงและสายส่งไฟฟ้าล้นเกินพิกัดในจุดที่มีการกระจุกตัว
- เป็นแรงกดดันโดยตรงต่อรัฐบาลและกระทรวงพลังงานในการเร่งคัดกรองความต้องการใช้ไฟฟ้าจริง เพื่อป้องกันปัญหาการตั้งสำรองไฟฟ้าเกินจำเป็น (Reserve Margin) ในแผน PDP 2026 ซึ่งอาจทำให้ต้นทุนความพร้อมจ่าย (Availability Payment) ตกเป็นภาระค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ของผู้ใช้ไฟฟ้ารายย่อย
ที่มา: สำนักข่าวกรุงเทพธุรกิจ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
ประเด็นข่าวที่ 4 : พลังงานสั่งสอบเข้มท่อส่งน้ำมันพระราม 3 รั่ว บี้ BPT-BFPL รับผิดชอบความเสียหาย เร่งสแกนความปลอดภัยระบบท่อ
รายละเอียด:
- น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน แถลงความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหลปนเปื้อนระบบระบายน้ำถนนเชื้อเพลิง ใต้สะพานยกระดับพระราม 3 โดยยืนยันพบจุดรั่วซึมจากแนวท่อขนส่งน้ำมันที่มี บริษัท บาฟส์ขนส่งทางท่อ จำกัด (BPT) เป็นเจ้าของใบอนุญาต และมี บริษัท กรุงเทพขนส่งเชื้อเพลิงทางท่อและโลจิสติกส์ จำกัด (BFPL) ในกลุ่มบางจาก เป็นผู้บริหารจัดการระบบท่อ
- กรมธุรกิจพลังงานมีคำสั่งให้ผู้ประกอบการทั้งสองรายรับผิดชอบความเสียหายทั้งหมด พร้อมกำหนด 3 มาตรการเร่งด่วน ได้แก่ ซ่อมแซมจุดรั่วซึมพร้อมส่งประวัติการซ่อมบำรุง, ทดสอบสภาพภายในท่อด้วยวิธี Pigging Test ตลอดแนว 32 กิโลเมตร และทำแผนเปลี่ยนท่อพร้อมปรับแนวใหม่ในจุดเสี่ยงใต้โครงสร้างสาธารณะ
ผลกระทบ:
- สร้างความกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งเชื้อเพลิงในเขตเมืองหลวง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานพลังงาน หากการซ่อมบำรุงและการทดสอบแนวท่อทำให้ต้องระงับการขนส่งน้ำมันบางส่วนชั่วคราว
- ภาครัฐต้องเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบอายุการใช้งานและการบำรุงรักษาท่อส่งพลังงานใต้ดิน เพื่อป้องกันอุบัติภัยและมลพิษทางสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและการดำเนินนโยบายความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศในระยะยาว
ที่มา: สำนักข่าวผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2569
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- มาสด้าเผยยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e ทะลุ 979 คัน ในรอบ 2 เดือน ครองอันดับ 1 ตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง สะท้อนความเชื่อมั่นและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคไทย
- ผลสำรวจของ ดิฟเฟอเรนเชียล ประเทศไทย ระบุเจ้าของรถยนต์ 39% ยังลังเลในการเลือกระบบขุมพลังระหว่าง ICE, Hybrid และ BEV สะท้อนโจทย์ท้าทายของผู้ผลิตในการสื่อสารต้นทุนและโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟ
- บีโอไอ ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. ลงนามความร่วมมือผลักดันโครงการ BOI to IPO มอบสิทธิประโยชน์ภาษีหนุน 10 อุตสาหกรรม New Economy รวมถึงยานยนต์สมัยใหม่และดิจิทัล ระดมทุนขับเคลื่อนเศรษฐกิจ