รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 09 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : กระทรวงพลังงานหารือภาคประชาชน ลดภาระกองทุนน้ำมันและปรับโครงสร้างค่าไฟ

รายละเอียด:

  • กระทรวงพลังงาน โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ได้แต่งตั้งคณะทำงานร่วมกับภาคประชาชน เพื่อพิจารณาข้อเสนอการปรับโครงสร้างราคาพลังงานที่เป็นธรรม รวมถึงการลดภาระกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงและโครงสร้างค่าไฟฟ้า
  • คณะทำงานชุดนี้ประกอบด้วยผู้แทนจากสภาผู้บริโภค มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย และกลุ่มผีเสื้อกระพือปีก ซึ่งได้มีการประชุมนัดแรกเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2569 และจะมีการแถลงความคืบหน้าหลังการประชุม

ผลกระทบ:

  • การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าและกองทุนน้ำมันโดยมีส่วนร่วมจากภาคประชาชน อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลโดยตรงต่อภาระค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนการดำเนินงานของภาคธุรกิจ ทำให้รัฐบาลต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงผลกระทบในวงกว้าง
  • ความพยายามในการลดภาระกองทุนน้ำมันฯ และปรับโครงสร้างค่าไฟ สะท้อนถึงความท้าทายของรัฐบาลในการบริหารจัดการราคาพลังงานให้เป็นธรรมและยั่งยืน ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางการคลัง ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและทิศทางเศรษฐกิจในอนาคต

ที่มา: Thai PBS, 8 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : นายกฯ อนุทิน ผลักดันความมั่นคงพลังงานและโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนบนเวทีผู้นำ

รายละเอียด:

  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาเซียนแบบเต็มคณะ โดยเสนอแนวทางหลักในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของภูมิภาค ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “ความมั่นคงทางพลังงาน”
  • ข้อเสนอประกอบด้วยการเร่งรัดโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียน การใช้ประโยชน์จากความตกลงด้านปิโตรเลียม และการส่งเสริมพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศร่วมกัน

ผลกระทบ:

  • การผลักดันโครงข่ายไฟฟ้าอาเซียนและพลังงานหมุนเวียน จะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของไทยในระยะยาว ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และส่งเสริมเป้าหมาย Net Zero ของประเทศผ่านการเชื่อมโยงแหล่งพลังงานสะอาดในภูมิภาค
  • นโยบายดังกล่าวอาจนำไปสู่โอกาสใหม่ๆ สำหรับการลงทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ข้ามประเทศ และเพิ่มทางเลือกในการจัดหาไฟฟ้า ทำให้ระบบไฟฟ้ามีความยืดหยุ่นและมั่นคงยิ่งขึ้น แต่ก็มีความท้าทายในการประสานงานระหว่างประเทศและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ที่มา: Thai PBS, 8 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : GULF รายงานกำไรไตรมาส 1/2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ รับดีมานด์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น

รายละเอียด:

  • บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานกำไรจากการดำเนินงาน (core profit) ไตรมาส 1 ปี 2569 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 9,326 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% จากปีก่อน สะท้อนการเติบโตของธุรกิจพลังงานอย่างแข็งแกร่ง
  • การเติบโตหลักมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ (IPP, SPP) ที่ปริมาณการขายไฟฟ้าให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงผลประกอบการที่ดีขึ้นของโครงการพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ
  • นางสาวยุพาพิน วังวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน เผยว่าบริษัทฯ มีแผนลงทุนเพิ่มในพลังงานหมุนเวียน, โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ, โครงการนำร่อง direct PPA ประมาณ 2,000 MW รองรับ Data Center, และโซลาร์ฟาร์มชุมชน 1,500 MW รวมถึงขยายการลงทุนในต่างประเทศ

ผลกระทบ:

  • ผลประกอบการที่แข็งแกร่งของ GULF สะท้อนความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมและในช่วงฤดูร้อน ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อเศรษฐกิจ แต่ก็เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศในภาพรวม
  • แผนการลงทุนขนาดใหญ่ในพลังงานหมุนเวียน, direct PPA สำหรับ Data Center และโซลาร์ฟาร์มชุมชน จะมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เป้าหมาย Net Zero และการเปลี่ยนผ่านพลังงาน แต่ก็สร้างความท้าทายในการบริหารจัดการระบบโครงข่ายและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่มีสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนสูงขึ้น

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 8 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : GPSC กำไร Q1/2569 เติบโตแข็งแกร่ง รับแรงหนุนดีมานด์อุตสาหกรรม

รายละเอียด:

  • บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC แกนนำนวัตกรรมธุรกิจไฟฟ้ากลุ่ม ปตท. รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2569 ที่ 1,719 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อน และ EBITDA 4,427 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากไตรมาสก่อนหน้า
  • นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กล่าวว่าผลประกอบการที่แข็งแกร่งมาจากธุรกิจโรงไฟฟ้า SPP ที่ปริมาณขายไฟฟ้าและไอน้ำให้ลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น (ไฟฟ้า +3%, ไอน้ำ +9%) และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
  • บริษัทฯ มีการหยุดซ่อมบำรุงโรงไฟฟ้า IPP เพื่อรักษาความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และยังได้รับการสนับสนุนจากโรงไฟฟ้าไซยะบุรีใน สปป.ลาว รวมถึงการเดินหน้าโครงการพลังงานหมุนเวียนในอินเดียที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 1,099 เมกะวัตต์

ผลกระทบ:

  • การเติบโตของ GPSC สะท้อนความต้องการพลังงานของภาคอุตสาหกรรมที่ยังคงดำเนินธุรกิจได้ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจ แต่ก็ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการรักษากำลังการผลิตและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าผ่านการบำรุงรักษาโรงไฟฟ้าหลักอย่างสม่ำเสมอ
  • การขยายการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังน้ำไซยะบุรี มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมเป้าหมาย Net Zero และการเปลี่ยนผ่านพลังงานของภูมิภาค แต่ก็มีความเสี่ยงจากปัจจัยธรรมชาติ (ปริมาณน้ำ, ความเร็วลม) และความท้าทายในการบูรณาการเข้าสู่ระบบโครงข่ายไฟฟ้าให้มีความมั่นคง

ที่มา: Thairath.co.th, 8 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : CKPower ประสบความสำเร็จเสนอขาย Green Bond ระดมทุนโครงการพลังงานสะอาด

รายละเอียด:

  • บริษัท ซีเค พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ CKPower ประสบความสำเร็จในการเสนอขายหุ้นกู้เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (Green Debentures) มูลค่ารวม 5,000 ล้านบาท โดยมียอดจองเกินวงเงินมากกว่า 2 เท่า สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน
  • นายธนวัฒน์ ตรีวิศวเวทย์ กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่าหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ A- และเป็นไปตามมาตรฐานสากล Green Bond Principles โดยเงินที่ได้จะนำไปใช้ในการลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง ใน สปป.ลาว ซึ่งมีความคืบหน้าการก่อสร้าง 65% และคาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในปี 2573
  • CKPower ยังตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตจากโครงการไฟฟ้าพลังแสงอาทิตย์ (Private PPA และการประมูลภาครัฐ) และขายใบรับรองการผลิตพลังงานหมุนเวียน (RECs) เพื่อสนับสนุนเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593

ผลกระทบ:

  • ความสำเร็จในการระดมทุนผ่าน Green Bond สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่ยั่งยืน และเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการลงทุนในโครงการพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลดีต่อเป้าหมาย Net Zero ของประเทศไทยและภูมิภาค
  • การลงทุนในโครงการไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางพลังงานของประเทศไทยในระยะยาว โดยเป็นแหล่งพลังงานสะอาดที่สำคัญ แต่ก็มีความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ รวมถึงความมั่นคงทางระบบส่งไฟฟ้าข้ามประเทศ

ที่มา: Thairath.co.th, 8 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : IRPC รับน้ำมันดิบ 1.5 ล้านบาร์เรล เสริมความมั่นคงพลังงานท่ามกลางความผันผวน

รายละเอียด:

  • บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) หรือ IRPC ได้รับน้ำมันดิบปริมาณ 1.5 ล้านบาร์เรลจากเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่พิเศษ “เซริฟอส” ที่เดินทางจากซาอุดีอาระเบียและผ่านช่องแคบฮอร์มุซมาถึงท่าเรือ LCT จังหวัดระยองอย่างปลอดภัย
  • นายเลอศักดิ์ ทองร่วง รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปฏิบัติการ และ นางสาววนิดา อุทัยสมนภา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พาณิชยกิจและการตลาด ยืนยันถึงศักยภาพของ IRPC ในการบริหารจัดการโลจิสติกส์และซัพพลายเชนท่ามกลางสถานการณ์พลังงานโลกที่ผันผวน
  • ปัจจุบันโรงกลั่นน้ำมัน IRPC ยังคงเดินหน้ากลั่นน้ำมันที่ 98% ของกำลังผลิตเต็มที่ 2.15 แสนบาร์เรลต่อวัน เพื่อรักษาเสถียรภาพการผลิตและตอบสนองความต้องการใช้พลังงานของประเทศอย่างต่อเนื่อง

ผลกระทบ:

  • การที่ไทยยังคงสามารถนำเข้าน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างราบรื่น เป็นสัญญาณที่ดีต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะในภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมที่พึ่งพาน้ำมันเป็นหลัก ซึ่งช่วยลดความกังวลด้านราคาพลังงานและค่าครองชีพของประชาชน
  • สถานการณ์ความผันผวนในตะวันออกกลางและเส้นทางการขนส่งทางทะเลยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อต้นทุนและปริมาณน้ำมันดิบในตลาดโลก รัฐบาลและภาคเอกชนจึงต้องเตรียมแผนบริหารความเสี่ยงด้านซัพพลายเชนพลังงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้กระทบต่อค่าพลังงานและเศรษฐกิจโดยรวม

ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์, 8 พฤษภาคม 2569

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *