รายงานวิเคราะห์ข่าวพลังงานรายสัปดาห์ (Weekly Digest) ประจำวันที่ 17 สิงหาคม 2569 – 23 สิงหาคม 2569
บทสรุปผู้บริหาร
สรุปข่าวเด่นด้านระบบไฟฟ้ากำลังและนโยบายพลังงานในรอบสัปดาห์ มีประเด็นเชิงยุทธศาสตร์ดังนี้
-
การปรับทิศทางนโยบายกำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ
คณะอนุกรรมการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP 2026) เตรียมเปิดประชาพิจารณ์ร่างแผนใหม่ มุ่งเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียนเกินร้อยละ 60 โดยบรรจุเทคโนโลยีระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) และมอบหมายให้ กฟผ. นำร่องศึกษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) รวมถึงเร่งเดินหน้าโครงการโซลาร์ทุ่นลอยน้ำในเขื่อนหลักกว่า 2,725 เมกะวัตต์
-
การกำหนดมาตรการควบคุมอุตสาหกรรม Data Center
หน่วยงานภาครัฐนำโดยกระทรวงการคลัง บีโอไอ และ กสทช. สั่งทบทวนเกณฑ์สิทธิประโยชน์และออกมาตรการควบคุมการใช้ไฟฟ้าและทรัพยากรน้ำของธุรกิจ Data Center อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันผลกระทบต่อระบบโครงข่ายไฟฟ้าหลักและการแย่งชิงทรัพยากรจากชุมชน
-
การเดินหน้าเปิดเสรีซื้อขายไฟฟ้า
ภาครัฐปรับปรุงกติกาการซื้อขายไฟฟ้าโดยตรง (Direct PPA) แบบไม่จำกัดเพดานโควตา เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดจากกลุ่มนักลงทุนเทคโนโลยีขั้นสูง ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่เตรียมความพร้อมในการจัดหาพลังงานหมุนเวียนรองรับ
-
ข้อกังขาด้านความโปร่งใสในนโยบายพลังงาน
โครงการโซลาร์ล้านหลังคาเรือนถูกวิจารณ์เรื่องกลไกรับซื้อไฟแบบ Net Billing ที่อาจสร้างภาระหนี้ให้ประชาชนและเอื้อต่อการนำเข้าอุปกรณ์จากต่างประเทศ รวมถึงมีการเรียกร้องให้ตรวจสอบและยุบกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานที่มีปัญหางบการเงินสะสม เพื่อนำเงินส่วนต่างมาลดราคาน้ำมัน
-
การแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูง
คณะรัฐมนตรีมีมติแต่งตั้งปลัดกระทรวงพลังงานคนใหม่ ท่ามกลางการจับตาถึงภาระหน้าที่ในการขับเคลื่อนวาระใหญ่ด้านการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ
การวิเคราะห์แนวโน้มและผลกระทบ
การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและนโยบายในสัปดาห์นี้ ส่งผลกระทบเชิงมหภาคต่อระบบไฟฟ้าและเศรษฐศาสตร์พลังงาน ดังนี้
ผลกระทบต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบโครงข่ายไฟฟ้า
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของศูนย์ข้อมูล (Data Center) และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะเป็นตัวเร่งให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าสูงสุด (Peak Demand) เปลี่ยนช่วงเวลาไปสู่ช่วงหัวค่ำ (Duck Curve) หากการพัฒนาระบบสายส่งและเทคโนโลยีกักเก็บพลังงาน (BESS) ไม่สอดคล้องกับปริมาณความต้องการ อาจนำไปสู่ภาวะคอขวดในระบบสายส่งและวิกฤตไฟฟ้าตกหรือดับได้
ความผันผวนของโครงสร้างต้นทุนและราคาค่าไฟฟ้า
การลงทุนในโครงข่ายสายส่งเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน รวมถึงเทคโนโลยีทางเลือกใหม่ในแผน PDP 2026 เช่น SMR และระบบดักจับคาร์บอน (CCS) ยังมีความไม่แน่นอนด้านต้นทุนสูง ซึ่งอาจกลายเป็นปัจจัยผลักดันให้อัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศสูงขึ้นในระยะยาว หากไม่มีการบริหารจัดการค่าบริการโครงข่าย (Wheeling Charge) ที่เหมาะสม
ผลกระทบต่อเศรษฐศาสตร์พลังงานและดุลการค้า
นโยบายส่งเสริมพลังงานสะอาด ทั้งโครงการโซลาร์ระดับครัวเรือนและมาตรการอุดหนุนยานยนต์ไฟฟ้า กำลังเผชิญความท้าทายเรื่องการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ หากปราศจากข้อบังคับเรื่องการใช้วัตถุดิบในประเทศ (Local Content) จะส่งผลให้ประเทศไทยขาดดุลการค้าและสูญเสียโอกาสในการสร้างห่วงโซ่อุปทานอุตสาหกรรมภายในประเทศ
ความเคลื่อนไหวของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
ความเคลื่อนไหวที่สำคัญของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในวงการพลังงาน มีรายละเอียดดังนี้
-
หน่วยงานภาครัฐและผู้กำหนดนโยบาย
กฟผ. มีบทบาทนำในการเตรียมความพร้อมด้านเทคโนโลยีการผลิตทางเลือกใหม่และโครงการโซลาร์ทุ่นลอยน้ำ ขณะที่บีโอไอและ กสทช. ทำหน้าที่เป็นผู้กำกับดูแลเชิงรุกเพื่อลดความขัดแย้งด้านทรัพยากรระหว่างกลุ่มทุนต่างชาติและชุมชน
-
ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมผลิตไฟฟ้าและเทคโนโลยี
กลุ่มบริษัทเอกชนขนาดใหญ่ ได้แก่ GULF, BGRIM, EGCO และ GUNKUL แสดงความพร้อมในการขยายการลงทุนเพื่อตอบรับกติกา Direct PPA ขณะที่ Nuovo Plus ภายใต้กลุ่ม ปตท. เดินหน้าสร้างฐานการผลิตแบตเตอรี่ในประเทศ
-
ภาคการเมืองและนักวิชาการ
ตัวแทนจากพรรคฝ่ายค้านและนักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ตรวจสอบและเสนอแนะให้รัฐบาลปรับปรุงกลไกทางการเงิน เช่น การใช้ระบบประเมินสินเชื่อผ่านบิลค่าไฟ (On-bill Financing) และการรับซื้อไฟแบบ Net Metering
-
ภาคประชาสังคมและเครือข่ายชุมชน
เกิดการตื่นตัวและคัดค้านจากชุมชนในพื้นที่อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่กังวลต่อการแย่งใช้น้ำและไฟฟ้าของ Data Center รวมถึงเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นและเครือข่ายอนุรักษ์เพชรบุรี ที่รวมตัวต่อต้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมและโรงไฟฟ้าฟอสซิล โดยเรียกร้องให้เคารพรายงานประเมินสิ่งแวดล้อมเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)
ประเด็นที่ต้องติดตามต่อ
ประเด็นสำคัญที่ภาคประชาสังคมและประชาชนทั่วไปควรติดตามอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ได้แก่
-
การเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะร่างแผน PDP 2026
ควรจับตาการบรรจุเทคโนโลยีใหม่ เช่น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) และทิศทางการเพิ่มสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน โดยมุ่งเน้นการตรวจสอบประเมินต้นทุนการผลิตจริงที่จะสะท้อนกลับมาเป็นภาระค่าไฟฟ้าของประชาชนในระยะยาว
-
กติกาการคิดค่าผ่านสายส่งและการซื้อขายไฟฟ้าเสรี
ติดตามความคืบหน้าของการกำหนดอัตราค่าบริการโครงข่ายสายส่ง (Wheeling Charge) ภายใต้กลไก Direct PPA ว่าจะมีความสมดุลและเป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้าทุกกลุ่มอย่างไร เพื่อป้องกันไม่ให้ภาระต้นทุนส่วนเกินตกอยู่กับผู้ใช้ไฟฟ้าประเภทครัวเรือน
-
แนวทางการบังคับใช้เงื่อนไขการกำกับดูแล Data Center
ประชาชนในระดับพื้นที่ควรติดตามการบังคับใช้กฎระเบียบของ กสทช. และบีโอไอ ว่าจะสามารถควบคุมให้เอกชนจัดหาแหล่งน้ำและโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาดใช้เองได้ตามเงื่อนไขหรือไม่ รวมถึงมาตรฐานการนำความร้อนเหลือทิ้งมาใช้ประโยชน์เพื่อลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม
-
การปรับปรุงโครงสร้างนโยบายพลังงานภาคประชาชน
ควรติดตามท่าทีของภาครัฐต่อข้อเรียกร้องในการแก้ไขรูปแบบการรับซื้อไฟฟ้าโซลาร์ภาคประชาชน จากระบบ Net Billing เป็น Net Metering รวมถึงการปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายเพื่อเปิดทางให้เกิดกลไก On-bill Financing สำหรับครัวเรือนรายย่อย