ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : Politburo กำหนดทิศทางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของจีนด้วย “เครือข่ายทั้งหก” โดยยกระดับ “โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะยุคใหม่” เป็นยุทธศาสตร์ชาติ
รายละเอียด:
- การประชุมคณะกรรมการกรมการเมือง (Politburo) ของจีนล่าสุดได้เสนอแนวคิดการสร้าง “เครือข่ายทั้งหก” (六张网) เพื่อกระตุ้นศักยภาพอุปสงค์ภายในประเทศ ประกอบด้วย เครือข่ายชลประทาน, โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะยุคใหม่ (New Power Grid), เครือข่ายพลังการประมวลผล (Computing Power Grid), เครือข่ายการสื่อสารยุคใหม่, เครือข่ายท่อใต้ดินในเมือง และเครือข่ายโลจิสติกส์
- การลงทุนใน “เครือข่ายทั้งหก” ในปีนี้คาดว่าจะมีมูลค่าสูงกว่า 7 ล้านล้านหยวน ซึ่งเป็นการลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นการบูรณาการด้านดิจิทัล ความอัจฉริยะ และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะการลงทุนในโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะยุคใหม่ ซึ่ง State Grid คาดว่าจะลงทุนกว่า 4 ล้านล้านหยวนในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 15 เพื่อขับเคลื่อนการก่อสร้างสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (UHV) และการรองรับพลังงานสะอาด
ผลกระทบ:
- การยกระดับ “โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะยุคใหม่” เป็นหนึ่งในหกเครือข่ายหลักสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลจีนมองว่าระบบไฟฟ้าเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุด (Infrastructure of Infrastructures) ที่จะรองรับการพัฒนาเครือข่ายอื่นๆ โดยเฉพาะเครือข่ายพลังการประมวลผล ซึ่งต้องการพลังงานไฟฟ้ามหาศาลและมีเสถียรภาพ
- นโยบายนี้จะเร่งรัดการลงทุนในโครงการสายส่ง UHV เพื่อเชื่อมโยงแหล่งพลังงานสะอาดจากภาคตะวันตกไปยังศูนย์กลางข้อมูลและอุตสาหกรรมในภาคตะวันออก (西电东送) พร้อมกับการพัฒนาระบบไฟฟ้าให้มีความยืดหยุ่นและชาญฉลาดมากขึ้นเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียนที่มีความผันผวน
- แนวคิด “การประสานงานระหว่างพลังงานไฟฟ้าและพลังการประมวลผล” (算电协同) จะกลายเป็นกระแสหลักในการวางแผนโครงสร้างพื้นฐานใหม่ ซึ่งหมายถึงการสร้างสมดุลระหว่างการลงทุนในสายส่งไฟฟ้าและศูนย์ข้อมูล เพื่อให้การเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นไปอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ที่มา:
中国经济网, 7 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : จีนเผชิญปัญหาราคาไฟฟ้าติดลบเป็นวงกว้างและยาวนานขึ้น สะท้อนความท้าทายเชิงโครงสร้างในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
รายละเอียด:
- หลายมณฑลในจีนกำลังประสบกับภาวะราคาไฟฟ้าเป็นศูนย์หรือติดลบ (Zero/Negative Price) ในตลาดซื้อขายไฟฟ้าทันที (Spot Market) บ่อยครั้งและเป็นระยะเวลานานขึ้น โดยเฉพาะช่วงกลางวันที่มีแสงอาทิตย์จัด (Solar Peak) หรือช่วงวันหยุดยาวที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าลดลงอย่างมาก
- ปรากฏการณ์นี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในมณฑลที่อุดมด้วยพลังงานหมุนเวียนทางตะวันตกเฉียงเหนือ แต่ได้ขยายไปยังพื้นที่อื่นๆ เช่น ภาคตะวันออก (เจ้อเจียง) ตะวันตกเฉียงใต้ (เสฉวน) และตะวันออกเฉียงเหนือ (เหลียวหนิง) ซึ่งในปี 2025 บางมณฑลมีชั่วโมงที่ราคาไฟฟ้าติดลบยาวนานกว่า 2,000 ชั่วโมงต่อปี
- สาเหตุหลักเกิดจาก 1) อุปทานไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (โดยเฉพาะพลังงานแสงอาทิตย์) เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ความต้องการใช้ไฟฟ้าไม่สอดคล้องกัน 2) ระบบไฟฟ้าขาดความยืดหยุ่น (Flexibility) จากแหล่งพลังงานอื่นๆ เช่น โรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ (Pumped Hydro) และระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (BESS) 3) กลไกตลาดที่ยังไม่สมบูรณ์ ซึ่งผู้ผลิตไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนบางรายยอมเสนอราคาติดลบเพื่อรักษาสิทธิ์ในการผลิตและรับเงินอุดหนุน
ผลกระทบ:
- การเกิดราคาติดลบบ่อยครั้งจะบั่นทอนสัญญาณราคา (Price Signal) ในตลาดไฟฟ้า ทำให้การลงทุนในโรงไฟฟ้าใหม่ โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าที่ต้องแข่งขันในตลาด ขาดความแน่นอนและลดแรงจูงใจในการลงทุน
- สถานการณ์นี้จะเร่งให้เกิดการปฏิรูปตลาดไฟฟ้าและกลไกการให้บริการเสริมความมั่นคงของระบบไฟฟ้า (Ancillary Services) ที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้แหล่งพลังงานที่สร้างความยืดหยุ่น เช่น BESS และโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ สามารถสร้างรายได้จากการให้บริการแก่ระบบได้อย่างเต็มที่
- อาจเป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนในเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น การผลิตไฮโดรเจนสีเขียว (Green Hydrogen) ในช่วงที่ไฟฟ้ามีราคาถูกหรือติดลบ เพื่อเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าส่วนเกินให้กลายเป็นเชื้อเพลิงที่มีมูลค่าและสามารถกักเก็บได้
ที่มา:
电联新媒, 7 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : จีนเปิดตัวโครงการ “การประสานพลังงานไฟฟ้าและพลังการประมวลผล” (算电协同) แห่งแรก ป้อนไฟฟ้าสีเขียวโดยตรงสู่ศูนย์ข้อมูลระดับชาติ
รายละเอียด:
- โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 500 เมกะวัตต์ ที่เมืองจงเว่ย ในเขตปกครองตนเองหนิงเซี่ย ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2026 โดยโครงการนี้ถือเป็นโครงการ “การประสานพลังงานไฟฟ้าและพลังการประมวลผล” (算电协同) ขนาดใหญ่แห่งแรกของจีน
- พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโรงไฟฟ้าแห่งนี้จะถูกส่งตรงไปยังศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของ Zhongwei Cloud Base ผ่านสายส่งไฟฟ้าเฉพาะ (Dedicated Transmission Lines) โดยไม่ผ่านระบบโครงข่ายไฟฟ้าสาธารณะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ชาติ “ส่งข้อมูลจากตะวันออกไปประมวลผลที่ตะวันตก” (东数西算)
- โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนใหญ่ที่ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าพลังงานลม 1.5 กิกะวัตต์ ซึ่งจะแล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ โดยจะทำให้ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้ใช้ไฟฟ้าสีเขียวได้มากกว่า 90% และเมื่อแล้วเสร็จทั้งหมดจะสามารถผลิตไฟฟ้าได้ถึง 4.3 พันล้านหน่วยต่อปี
ผลกระทบ:
- โมเดล “算电协同” หรือ “Computing-Power Synergy” กำลังกลายเป็นต้นแบบสำคัญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของจีน โดยเป็นการวางแผนการสร้างศูนย์ข้อมูลควบคู่ไปกับการสร้างแหล่งผลิตไฟฟ้าสีเขียวและสายส่งเฉพาะ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดด้านพลังงานของอุตสาหกรรม AI และ Data Center
- การส่งไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Green Power Direct Supply) ช่วยลดต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับศูนย์ข้อมูลได้อย่างมีนัยสำคัญ และช่วยให้พลังงานหมุนเวียนที่ผลิตได้ในพื้นที่ภาคตะวันตกถูกนำไปใช้ในพื้นที่ใกล้เคียง (Local Consumption) ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ลดการสูญเสียในระบบส่งไฟฟ้าทางไกล
- แนวทางนี้จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการลงทุนโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในพื้นที่ภาคตะวันตกของจีน ซึ่งมีความต้องการไฟฟ้าจากอุตสาหกรรมศูนย์ข้อมูลและ AI เป็นตัวขับเคลื่อนหลัก แทนที่จะพึ่งพาการส่งไฟฟ้าไปภาคตะวันออกเพียงอย่างเดียว
ที่มา:
新闻联播, China Electricity News, 7 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : มองการเปลี่ยนผ่านพลังงานของจีนผ่าน “3 ก้าวกระโดด” ของไฟฟ้าหนึ่งหน่วยในมองโกเลียใน จากทรัพยากรสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
รายละเอียด:
- บทวิเคราะห์จาก Xinhua Daily Telegraph ฉายภาพการยกระดับมูลค่าของพลังงานไฟฟ้าสะอาด (Green kWh) ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ซึ่งเป็นฐานพลังงานที่สำคัญของจีน ผ่านการพัฒนาอุตสาหกรรมใน 3 รูปแบบ
- ก้าวกระโดดที่ 1 (ไฟฟ้าสู่โลหะสีเขียว): การใช้ไฟฟ้าสีเขียวในอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูง เช่น การผลิตอลูมิเนียม (Green Aluminum) เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและเปลี่ยน “ภาระทางคาร์บอน” ให้เป็นความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
- ก้าวกระโดดที่ 2 (ไฟฟ้าสู่พลังประมวลผลสีเขียว): การส่งไฟฟ้าสีเขียวโดยตรง (Green Power Direct Supply) ไปยังศูนย์ข้อมูลและศูนย์ประมวลผลปัญญาประดิษฐ์ (AI Computing Center) เปลี่ยน “วัตต์สีเขียว” ให้เป็น “บิตอัจฉริยะ” (Green Watts to Smart Bits) เพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล
- ก้าวกระโดดที่ 3 (ไฟฟ้าสู่เชื้อเพลิงสีเขียว): การใช้ไฟฟ้าสีเขียวในการแยกน้ำเพื่อผลิตไฮโดรเจน (Green Hydrogen) และสังเคราะห์เป็นแอมโมเนีย (Green Ammonia) เพื่อเปลี่ยนพลังงานหมุนเวียนที่ผันผวนให้เป็นเชื้อเพลิงเหลวที่สามารถกักเก็บ ขนส่ง และส่งออกไปแข่งขันในตลาดโลกได้
ผลกระทบ:
- กลยุทธ์ “3 ก้าวกระโดด” นี้สะท้อนทิศทางการพัฒนาเชิงลึกของจีน ที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่การเพิ่มกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียน แต่มุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและอุตสาหกรรมต่อเนื่อง เพื่อให้การใช้พลังงานสะอาดในประเทศ (Local Consumption) เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
- โมเดลนี้แสดงให้เห็นถึงการวางแผนเชิงบูรณาการระหว่างนโยบายพลังงาน นโยบายอุตสาหกรรม และนโยบายดิจิทัล เพื่อให้การลงทุนในพลังงานสะอาดสามารถสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาการส่งออกไฟฟ้าทางไกลเพียงอย่างเดียว
- การพัฒนาไฮโดรเจนและแอมโมเนียสีเขียวในมองโกเลียในและพื้นที่อื่นๆ จะเป็นกุญแจสำคัญในการลดคาร์บอนในภาคอุตสาหกรรมหนักและการขนส่งที่ยากต่อการใช้พลังงานไฟฟ้าโดยตรง และอาจทำให้จีนกลายเป็นผู้ส่งออกเชื้อเพลิงสะอาดรายสำคัญในอนาคต
ที่มา:
新华每日电讯, 7 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : ปริมาณการส่งไฟฟ้าผ่านสายส่ง UHV จากมองโกเลียในทะลุ 9 แสนล้านหน่วย ตอกย้ำบทบาทฐานพลังงานสะอาดของประเทศ
รายละเอียด:
- ข้อมูลจาก State Grid Inner Mongolia East Power Company ระบุว่า ณ วันที่ 6 พฤษภาคม 2026 ปริมาณการส่งไฟฟ้าสะสมผ่านเครือข่ายสายส่งไฟฟ้าแรงสูงพิเศษ (UHV) จากเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ได้ทะลุ 900.158 พันล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (900 TWh)
- ปัจจุบัน เขตมองโกเลียตะวันออกมีโครงข่าย UHV รวม 8 เส้นทาง (5 AC, 3 DC) ทำหน้าที่เป็น “หลอดเลือดแดง” ในการส่งพลังงานลมและแสงอาทิตย์จากภาคเหนือไปยัง 12 มณฑลในภาคตะวันออกและภาคเหนือของจีน
- เฉพาะไตรมาสแรกของปี 2026 ปริมาณการส่งไฟฟ้าผ่าน UHV อยู่ที่ 46.035 พันล้านหน่วย เพิ่มขึ้น 6.67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และสร้างสถิติสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์
ผลกระทบ:
- ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จของยุทธศาสตร์ “ส่งไฟฟ้าจากตะวันตกไปตะวันออก” (西电东送) และบทบาทที่สำคัญของโครงข่าย UHV ในการปลดล็อกศักยภาพพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่จากพื้นที่ห่างไกล เพื่อป้อนให้กับศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ
- การลงทุนในโครงการ UHV จะยังคงดำเนินต่อไป โดยมีโครงการสำคัญอย่างสายส่ง UHVDC ±800 kV จากมองโกเลียตะวันตกไปยังปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ย ซึ่งเป็นช่องทางส่งไฟฟ้าจากฐานพลังงานสะอาดขนาดใหญ่ในทะเลทรายและพื้นที่รกร้างแห่งแรก
- ความสำเร็จในการส่งไฟฟ้าปริมาณมหาศาลนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้จีนสามารถเดินหน้าตามเป้าหมาย Dual Carbon ได้ ขณะเดียวกันก็สร้างความท้าทายด้านความมั่นคงและเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าที่ต้องพึ่งพาสายส่งระยะไกลมากขึ้น
ที่มา:
新华社, 7 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : การประยุกต์ใช้ AI Large Model ในภาคการผลิตไฟฟ้าของจีนเข้าสู่ ‘เขตน้ำลึก’ มุ่งสู่การสร้างมูลค่าเชิงธุรกิจ
รายละเอียด:
- การสัมมนาเชิงปฏิบัติการล่าสุดเกี่ยวกับ “การประยุกต์ใช้ AI Large Model ในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าปี 2026” ชี้ว่า การใช้ AI ในภาคพลังงานกำลังเปลี่ยนผ่านจาก “การทดลองเฉพาะจุด” ไปสู่ “การใช้งานในวงกว้าง” และจาก “การพิสูจน์ทางเทคนิค” ไปสู่ “การสร้างมูลค่าทางธุรกิจ”
- บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่อย่าง Huawei ได้นำเสนอโซลูชัน “การประสานงานระหว่างพลังการประมวลผล การจัดเก็บข้อมูล เครือข่าย และคลาวด์” เพื่อแก้ปัญหาคอขวดในการนำ AI มาใช้ในโรงไฟฟ้า เช่น การพยากรณ์กำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน และการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์
- แนวโน้มล่าสุดคือการพัฒนา “Intelligent Agent” ซึ่งเป็นระบบ AI ที่สามารถทำงานได้อัตโนมัติ ตั้งแต่การวิเคราะห์ข้อมูล การเรียกใช้เครื่องมือต่างๆ ไปจนถึงการดำเนินการตามเป้าหมาย เช่น การปรับแผนการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าให้เหมาะสมที่สุด เพื่อเพิ่มรายได้และประสิทธิภาพ
ผลกระทบ:
- การนำ AI Large Model และ Intelligent Agent มาใช้อย่างแพร่หลายจะปฏิวัติการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าในจีน โดยเฉพาะโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์กำลังการผลิต ทำให้การบริหารจัดการระบบไฟฟ้าโดยรวมมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพมากขึ้น
- ความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ของจีนกับบริษัทเทคโนโลยี จะเร่งให้เกิดการสร้าง “Industry Model” ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางสำหรับภาคพลังงานไฟฟ้า ซึ่งจะกลายเป็นข้อได้เปรียบในการแข่งขันที่สำคัญ
- การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลและ AI จะสร้างความต้องการบุคลากรที่มีทักษะด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ในอุตสาหกรรมไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งเป็นความท้าทายด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในอนาคต
ที่มา:
中国能源新闻网, 7 พฤษภาคม 2026
ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : ตลาดระบบกักเก็บพลังงานโลกเติบโตอย่างรวดเร็ว บริษัทจีนเผชิญการแข่งขันระหว่างการรักษากำไรและการแย่งชิงส่วนแบ่งตลาด
รายละเอียด:
- รายงานผลประกอบการปี 2025 ของบริษัทชั้นนำในอุตสาหกรรมแบตเตอรี่ลิเธียม เช่น CATL, Gotion High-Tech, และ EVE Energy สะท้อนภาพการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) ทั่วโลก ซึ่งมีปริมาณการส่งมอบรวมสูงถึง 550 GWh เพิ่มขึ้น 79% จากปีก่อนหน้า
- ในตลาดแบตเตอรี่กักเก็บพลังงานระดับโลก CATL ยังคงเป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งตลาด 30% ตามมาด้วย Haichen Energy Storage (13%) และ EVE Energy (12%)
- กลยุทธ์ของแต่ละบริษัทมีความแตกต่างกัน โดย CATL และ Gotion High-Tech พยายามรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่ EVE Energy เลือกใช้กลยุทธ์ราคาที่แข่งขันได้มากขึ้นเพื่อแลกกับส่วนแบ่งตลาด ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า
ผลกระทบ:
- สงครามราคาในตลาดแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน (BESS) มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น เนื่องจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและการแข่งขันเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด ซึ่งอาจส่งผลดีต่อผู้พัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียนในระยะสั้น แต่จะกดดันความสามารถในการทำกำไรและความยั่งยืนของผู้ผลิตในระยะยาว
- การที่ CATL ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีแบตเตอรี่โซเดียม-ไอออน (Sodium-ion Battery) ในรายงานประจำปี อาจเป็นสัญญาณว่าบริษัทกำลังเตรียมใช้เทคโนโลยีที่มีต้นทุนต่ำกว่าเพื่อเจาะตลาดระบบกักเก็บพลังงานที่มีความอ่อนไหวต่อราคามากขึ้นในอนาคต
- การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาด BESS เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งต่อการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าพลังงานสะอาดของจีนและของโลก เนื่องจากเป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดการความผันผวนของพลังงานหมุนเวียนและเพิ่มความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า
ที่มา:
每日经济新闻, 7 พฤษภาคม 2026
ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ
- โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับ Houjihe ในมณฑลเหอหนาน ซึ่งเป็นโครงการสำคัญในแผนฯ 14 ได้เริ่มการก่อสร้างโครงสร้างหลักอย่างเต็มรูปแบบแล้ว (CPNN, 7 พ.ค. 2026)
- มณฑลกวางตุ้งสร้างเครือข่ายสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามาตรฐานยุโรปที่ใหญ่ที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อรองรับรถยนต์จากฮ่องกงและมาเก๊า (China News Service, 7 พ.ค. 2026)
- จีนเป็นผู้นำในการเสนอและผลักดันให้มีการจัดทำมาตรฐานสากล (IEC) ว่าด้วยคุณภาพไฟฟ้าสำหรับโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งที่เชื่อมต่อด้วยระบบ HVDC แบบ VSC (中宏网, 7 พ.ค. 2026)
- CATL ยักษ์ใหญ่ด้านแบตเตอรี่ ได้ก่อตั้งบริษัทใหม่ในเมืองหลานโจว ด้วยทุนจดทะเบียน 20 ล้านหยวน เพื่อขยายธุรกิจด้านเทคโนโลยีพลังงานใหม่และสถานีสลับแบตเตอรี่ (能源中国客户端, 7 พ.ค. 2026)
- ภาคอุตสาหกรรมของจีนและออสเตรเลียเรียกร้องให้มีการกระชับความร่วมมือด้านพลังงานอัจฉริยะ โดยเฉพาะในด้านพลังงานใหม่, ระบบกักเก็บพลังงาน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (Xinhua, 7 พ.ค. 2026)
