รายงานข่าวพลังงาน (Daily Monitoring) ประจำวันที่ 07 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 1 : ปรับโครงสร้างราคาค่าไฟ “แบบขั้นบันได” พลิกโฉม “พลังงานไทย”

รายละเอียด:

  • รัฐบาลเตรียมปรับโครงสร้างค่าไฟ โดย 200 หน่วยแรกมีอัตราไม่เกิน 3 บาทต่อหน่วย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มในรอบบิลเดือนมิถุนายน 2570 เพื่อลดภาระให้ประชาชน 20 ล้านครัวเรือน แต่ผู้ใช้ไฟเกิน 500 หน่วย อาจมีแนวโน้มต้องจ่ายแพงขึ้น
  • รศ.ชาลี เจริญลาภนพรัตน์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มองว่าการปรับโครงสร้างนี้มีปัจจัยมาจากราคาพลังงานที่สูงขึ้นและเพื่อกระตุ้นให้เกิดการประหยัดพลังงาน รวมถึงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ซึ่งจะช่วยลดการนำเข้าก๊าซ LNG
  • รศ.ชาลี ชี้ว่าราคาก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยถูกขายให้โรงแยกก๊าซในราคาถูก (100 กว่าบาท/ล้านลูกบาศก์ฟุต) ขณะที่ต้องนำเข้า LNG ในราคาสูงถึง 655 บาท/ล้านลูกบาศก์ฟุตสำหรับการผลิตไฟฟ้า และเสนอให้มีการปรับโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติเพื่อลดต้นทุน
  • แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ (PDP) ฉบับปี 2561 ที่ยังคงใช้ในปี 2569 ได้นำไปสู่การเซ็นสัญญาโรงไฟฟ้าใหม่ท่ามกลางสถานการณ์ไฟฟ้าล้นเกินระบบถึง 40-50% ซึ่งกลายเป็นต้นทุนที่ถูกผลักภาระให้ประชาชน
  • รัฐบาล “อนุทิน” กำลังจะออกแผน PDP ใหม่ พ.ศ.2569-2593 ซึ่งจะมีการจัดทำ Smart Grid และตั้งเป้าหมายพลังงานหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 50% ในปี 2578, 75% ในปี 2583 และใกล้ 100% ในปี 2593 เพื่อบรรลุเป้าหมาย Net Zero Carbon

ผลกระทบ:

การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าแบบขั้นบันไดจะส่งผลให้ค่าครองชีพของครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าน้อยลดลง แต่ภาคครัวเรือนขนาดใหญ่และภาคธุรกิจที่ใช้ไฟฟ้ามากอาจต้องเผชิญกับต้นทุนค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการประหยัดพลังงานและการลงทุนในโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนและธุรกิจ
ความล่าช้าในการปรับปรุงแผน PDP ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้เกิดการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ไม่จำเป็นและเพิ่มภาระต้นทุนค่าไฟฟ้าให้กับประเทศ การพึ่งพาก๊าซ LNG นำเข้าทำให้ราคาไฟฟ้าผันผวนตามราคาตลาดโลก และเป็นความท้าทายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดและเป้าหมาย Net Zero

ที่มา: Thai PBS, 6 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 2 : BOI ไฟเขียวลงทุน 9 แสนล้านบาท ผลักดันพลังงานสะอาดรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

รายละเอียด:

  • นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดบีโอไอ ซึ่งมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นประธาน ได้อนุมัติ 6 โครงการลงทุนขนาดใหญ่ มูลค่ารวม 958,168 ล้านบาท
  • โครงการที่สำคัญได้แก่ กิจการ Data Center และการเก็บและประมวลผลข้อมูล (Data Hosting) 3 โครงการ มูลค่ารวม 913,838 ล้านบาท โดยมี บริษัท ติ๊กต๊อก ซิสเต็ม (ประเทศไทย) จำกัด (TikTok) เป็นผู้นำการลงทุน 842,350 ล้านบาท เพื่อขยายการติดตั้ง Server ในกรุงเทพฯ สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา ให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ข้อมูลในภูมิภาค
  • ในจำนวนนี้ยังรวมถึงกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม ของบริษัท ด่านขุนทด วินด์ วัน จำกัด มูลค่า 4,728 ล้านบาท ขนาด 89.7 เมกะวัตต์ ที่จังหวัดนครราชสีมา
  • ที่ประชุมได้หารือร่วมกับกระทรวงพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เพื่อเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบไฟฟ้า ครอบคลุมการจัดหาไฟฟ้าในระยะเร่งด่วน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกที่เริ่มมีข้อจำกัดของระบบส่งไฟฟ้า
  • มีการเร่งประกาศแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) เพื่อรองรับเทคโนโลยีพลังงานใหม่และความต้องการไฟฟ้าในอนาคต รวมถึงผลักดันกลไกการจัดหาพลังงานสะอาดในราคาที่แข่งขันได้ เช่น มาตรการ Direct PPA (ซื้อขายไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนโดยตรง) และ Utility Green Tariff 2 (UGT2)
  • บีโอไอยังมีมติให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุนพลังงานสะอาด เช่น การผ่อนคลายเงื่อนไขการขอใบอนุญาตผลิตไฟฟ้า (พค. 2) สำหรับ Solar Rooftop ของผู้ประกอบการต่างชาติ

ผลกระทบ:

การลงทุนมหาศาลใน Data Center จะทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้รัฐบาลต้องเร่งพัฒนาและจัดหาพลังงานไฟฟ้า โดยเฉพาะพลังงานสะอาด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและสอดรับกับนโยบาย Net Zero
การเร่งผลักดันกลไกพลังงานสะอาด เช่น Direct PPA และ UGT2 รวมถึงการปรับปรุงกฎระเบียบ จะช่วยส่งเสริมการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน ลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิล และสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ แต่ยังคงมีความท้าทายในด้านข้อจำกัดของระบบส่งไฟฟ้า และความมั่นคงของระบบโดยรวมที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ, 7 พฤษภาคม 2569 (รวมข้อมูลจาก Thai PBS, 6 พฤษภาคม 2569)

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 3 : เงินเฟ้อเม.ย.พุ่ง 2.89% จากราคาน้ำมันและค่าครองชีพ สถานการณ์ตะวันออกกลางยังเป็นปัจจัยเสี่ยง

รายละเอียด:

  • นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของไทยในเดือนเมษายน 2569 สูงขึ้น 2.89% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2568
  • สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ตามสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังยืดเยื้อ
  • ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นส่งผลต่อเนื่องให้ค่าโดยสารสาธารณะปรับสูงขึ้น ขณะเดียวกันราคาอาหารสำเร็จรูปและผักสดก็ปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนของผู้ประกอบการและสภาพอากาศที่ร้อนจัด
  • แม้ข้อมูลล่าสุดเดือนมีนาคมจะแสดงว่าเงินเฟ้อทั่วไปของไทยลดลง 0.08% และต่ำเป็นอันดับ 2 ในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่ สนค. คาดการณ์ว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤษภาคม 2569 จะยังคงเป็นบวกต่อเนื่องจากปัจจัยด้านราคาน้ำมันและอาหาร

ผลกระทบ:

การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันและค่าครองชีพโดยรวม ส่งผลโดยตรงต่อภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและต้นทุนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโดยรวม สร้างความท้าทายต่อการบริหารจัดการเศรษฐกิจและค่าครองชีพของรัฐบาล
ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานของไทย ทั้งในภาคขนส่งและภาคการผลิตไฟฟ้า ทำให้แผนการเปลี่ยนผ่านพลังงานและเป้าหมาย Net Zero เผชิญกับความไม่แน่นอนด้านต้นทุนและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

ที่มา: Thai PBS, 6 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 4 : อิหร่านและจีนกระชับสัมพันธ์ท่ามกลางความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก

รายละเอียด:

  • สำนักข่าวอัลจาซีรา รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้สั่งระงับปฏิบัติการ “Project Freedom” ของกองทัพสหรัฐฯ เพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซชั่วคราว โดยอ้างถึงความคืบหน้าในการบรรลุ “ข้อตกลงที่สมบูรณ์และเป็นที่สิ้นสุดกับตัวแทนของอิหร่าน”
  • เอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ระบุว่ากำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาข้อเสนอของสหรัฐฯ ขณะที่กองทัพเรืออิหร่านระบุว่าช่องแคบฮอร์มุซอาจเปิดอีกครั้งหากการคุกคามจากผู้รุกรานยุติลง
  • อับบาส อารักชี รมว.ต่างประเทศอิหร่าน ได้เดินทางเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อหารือกับหวัง อี้ รมว.ต่างประเทศจีน โดยจีนแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน ด้วยการสั่งให้โรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศไม่ต้องปฏิบัติตามหรือบังคับใช้มาตรการแซงซ้อนของสหรัฐฯ
  • รมว.ต่างประเทศจีน เรียกร้องให้ทุกฝ่ายเดินหน้าการเจรจาและยุติสงครามโดยสมบูรณ์ รวมถึงช่วยกันฟื้นฟูเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาปกติและปลอดภัยโดยเร็ว

ผลกระทบ:

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนและส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานของไทยโดยตรง ซึ่งจะส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนและต้นทุนภาคธุรกิจ
การที่จีนยังคงเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากอิหร่านรายใหญ่ที่สุดและกระชับสัมพันธ์กับอิหร่าน เป็นการสร้างอำนาจต่อรองให้อิหร่านในเวทีโลก และอาจทำให้การจัดการกับความขัดแย้งซับซ้อนขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความมั่นคงทางพลังงานของโลกในระยะยาวและกระทบต่อเป้าหมาย Net Zero หากต้องพึ่งพาพลังงานฟอสซิลต่อไป

ที่มา: Thai PBS, 6 พฤษภาคม 2569 (รวมข้อมูลจากข่าว 5 และ 8)

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 5 : ไทยเตรียมยกเลิก MOU 44 หันยึด UNCLOS แก้ปัญหาพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลกับกัมพูชาเพื่อความมั่นคงพลังงาน

รายละเอียด:

  • ดร.ดามพ์ สุคนธทรัพย์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ สถาบันระหว่างประเทศเพื่อการค้าและการพัฒนา (ITD) วิเคราะห์ว่า ผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศไทยจะได้รับการคุ้มครองได้ดีกว่ามาก หากไทยยึดมั่นในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ปี 2525 (UNCLOS) อย่างเคร่งครัด แทนที่จะพึ่งพาบันทึกความเข้าใจ (MOU) พ.ศ.2544 (MOU 44)
  • MOU 44 มีจุดอ่อนเชิงโครงสร้างที่สำคัญคือการยอมรับโดยนัยต่อการให้มี “พื้นที่พัฒนาร่วม” (JDA) ไทย-กัมพูชา โดยอ้างอิงจากเส้นเขตแดนซึ่งไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมายระหว่างประเทศแต่อย่างใด
  • การอ้างสิทธิ์โดยยึดตาม UNCLOS โดยเฉพาะมาตรา 74 และ 83 จะเปลี่ยนจุดเน้นจากการเจรจาทางการเมืองไปสู่หลักการ “เส้นมัธยะและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้อง” โดยคำนึงถึงสิทธิของเกาะกูด (มาตรา 121) ที่เป็นของไทยและถูกเส้นอ้างสิทธิ์ของกัมพูชาในปี 2515 ละเลยไป ซึ่งจะทำให้เส้นเขตแดนที่ได้ขยับไปทางทิศตะวันออกอย่างมีนัยสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อไทย
  • อ่าวไทยเป็นทะเลกึ่งปิด ข้อตกลงทวิภาคีใดๆ ระหว่างไทยและกัมพูชาจะไม่สมบูรณ์หากไม่พิจารณาการอ้างสิทธิ์ของเวียดนาม ซึ่ง UNCLOS จะเป็นภาษาสากลที่ช่วยให้ไทยได้เปรียบในบริบทสามฝ่ายและลดความเสี่ยงที่เขตแดนจะถูกคัดค้านโดยเวียดนาม

ผลกระทบ:

การเปลี่ยนแนวทางจากการประนีประนอมทางการเมืองไปสู่การยึดหลักกฎหมายระหว่างประเทศ (UNCLOS) จะช่วยปกป้องอธิปไตยของไทยเหนือเกาะกูดและสิทธิในการมีอาณาเขตทางทะเล ซึ่งมีความสำคัญต่อการสำรวจและพัฒนาแหล่งทรัพยากรพลังงาน (น้ำมันและก๊าซธรรมชาติ) ในอ่าวไทย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อความมั่นคงทางพลังงานของประเทศในระยะยาว
การมีความชัดเจนทางกฎหมายตาม UNCLOS จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนในการลงทุนระยะยาวในโครงการพลังงานนอกชายฝั่ง ซึ่งส่งผลดีต่อความมั่นคงทางพลังงานของไทย อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านนี้อาจนำไปสู่การเจรจาที่ยืดเยื้อและเพิ่มความซับซ้อนในความสัมพันธ์กับกัมพูชาและเวียดนามในช่วงแรก

ที่มา: Thai PBS, 6 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 6 : ตรวจสอบ “ลิเธียมเถื่อน” หลังไฟไหม้รถบรรทุกและโรงงานรีไซเคิล แบตเตอรี่ EV ขาดการควบคุม

รายละเอียด:

  • เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา และกรมโรงงานอุตสาหกรรม กำลังขยายผลสอบดีลเลอร์ชาวจีนและบริษัทขนส่ง กรณีแบตเตอรี่ลิเธียมเถื่อน หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้รถบรรทุกบนถนนบางนา-ตราด และเพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลยางและอะลูมิเนียมใน ต.แปลงยาว อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
  • จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รถบรรทุก 2 คันที่ใช้ขนส่งแบตเตอรี่ลิเธียมไม่มีใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตรายสำหรับการขนส่ง (ว.8) ซึ่งถือเป็นความผิดทางอาญาทั้งผู้รับจ้างและผู้ว่าจ้าง
  • น.ส.นวพร สงวนหมู่ ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการกากอุตสาหกรรม กรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ประเทศไทยยังไม่มีการอนุญาตให้นำเข้าแบตเตอรี่ลิเธียมใช้แล้วเพื่อรีไซเคิล หากตรวจสอบพบว่าเป็นการลักลอบนำเข้า จะมีความผิดเพิ่มเติมตามอนุสัญญาบาเซล
  • ปัจจุบัน ประเทศไทยมีโรงงานที่ได้รับอนุญาตกำจัดแบตเตอรี่ลิเธียมเพื่อทำให้สิ้นสภาพเพียง 2 แห่ง คือที่ จ.สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา และมีโรงงานสกัดลิเธียมอีก 2 แห่งที่ จ.ปราจีนบุรี และฉะเชิงเทรา ที่ยังไม่เปิดดำเนินการเต็มรูปแบบ

ผลกระทบ:

การลักลอบนำเข้าและจัดการแบตเตอรี่ลิเธียมใช้แล้วอย่างผิดกฎหมาย สร้างความเสี่ยงด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรงต่อชุมชนใกล้เคียงโรงงานรีไซเคิล ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์เพลิงไหม้หรือการรั่วไหลของสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
การขาดระบบควบคุม กฎระเบียบที่ชัดเจน และโรงงานรีไซเคิลที่ได้มาตรฐานสำหรับแบตเตอรี่ลิเธียม จะเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) และระบบกักเก็บพลังงาน (ESS) อย่างยั่งยืนของไทย รวมถึงการบรรลุเป้าหมาย Net Zero หากกากแบตเตอรี่ไม่ได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม

ที่มา: Thai PBS, 6 พฤษภาคม 2569

ประเด็นประเด็นข่าวที่ 7 : คมนาคมเร่งผลักดันรถเมล์ EV ส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านพลังงานในการขนส่งสาธารณะ

รายละเอียด:

  • นายปัญญา ชูพานิช รองปลัดกระทรวงคมนาคม ได้เป็นประธานการประชุมติดตามความคืบหน้าแนวทางการจัดหาพื้นที่สำหรับโครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด (EV) โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานและส่งมอบพื้นที่อู่จอดรถโดยสารให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ภายในวันที่ 22 พฤษภาคม 2569
  • พบว่าอู่คลองเตยมีความพร้อมมากที่สุด โดย ขสมก. ได้ลงนามสัญญาเช่ากับการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) และรับมอบพื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนอู่ปู่เจ้าสมิงพราย กรมทางหลวงชนบทอนุญาตให้ใช้พื้นที่แล้ว แต่บางอู่เช่น อู่พระราม 9, อู่สถานีเคหะสมุทรปราการ และอู่สถานีคลองบางไผ่ ยังอยู่ระหว่างเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณา
  • โครงการจัดหารถโดยสาร EV ของ ขสมก. ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการเปลี่ยนผ่านระบบขนส่งสาธารณะของไทย ซึ่งจะช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 ในเขตเมือง และยกระดับคุณภาพการให้บริการแก่ประชาชน

ผลกระทบ:

การเร่งรัดโครงการรถเมล์ EV ของ ขสมก. จะช่วยลดมลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 ในเขตเมือง ซึ่งส่งผลดีต่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพของประชาชนโดยรวม และยกระดับภาพลักษณ์ของการขนส่งสาธารณะให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน
การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบขนส่ง EV จะเพิ่มความต้องการใช้ไฟฟ้าในภาคขนส่งอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จไฟฟ้า และการจัดหาพลังงานสะอาดเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการบรรลุเป้าหมาย Net Zero ของประเทศในอนาคต

ที่มา: Thairath, 6 พฤษภาคม 2569

ข่าวที่น่าสนใจอื่นๆ

  • MEA ประกาศดับไฟชั่วคราว 5 จุด ในกรุงเทพฯ และนนทบุรี วันที่ 7 พ.ค. 2569 เพื่อบำรุงรักษาระบบจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพ
  • นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เร่งดันนโยบาย “ค่าโดยสารร่วม” และ “ตั๋วร่วม” ระบบรถไฟฟ้า ตั้งเป้าเริ่มใช้ ม.ค.2570 พร้อมผลักดันรถไฟฟ้าสายใหม่ใน กทม. และภูมิภาคในรูปแบบ PPP
  • รัฐบาลเดินหน้า “โครงการแลนด์บริดจ์” หรือสะพานเศรษฐกิจภาคใต้ เชื่อมฝั่งอ่าวไทย-อันดามัน (ชุมพร-ระนอง) มูลค่า 1 ล้านล้านบาท คาดเปิดให้บริการปี 2573 ตั้งเป้าเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ภูมิภาค แม้มีข้อกังวลจากหลายฝ่าย
  • นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ยืนยันการออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เพื่อประชาชน พร้อมให้มีการตรวจสอบความโปร่งใสทุกขั้นตอน
  • กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) เปิดตัวระบบ DLT-TMS รวมศูนย์ฐานข้อมูลดิจิทัล เพื่อยกระดับการขนส่งและโลจิสติกส์ไทย และมีแผนเสนอโครงการ ‘รถเก่าแลกใหม่’ สำหรับรถบรรทุกและรถโดยสาร EV

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *